แนะนำโครงการ

1-55-4_002สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรพื้นที่บริเวณหนองอึ่ง
เมื่อวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๓ 

01

รากฐานการพัฒนาที่ยั่งยืนในโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดยโสธร

 whiteราษฎรในเขตตำบลค้อเหนือ อำเภอเมืองยโสธร จำนวน ๗ หมู่บ้าน กว่า ๗๔๐ ครัวเรือน ต้องประสบกับปัญหานํ้าท่วมไร่นาและที่อยู่อาศัยเป็นประจำทุกปี เนื่องจากพื้นที่บริเวณดังกล่าวมีสภาพลุ่มตํ่า และเป็นจุดที่ลำนํ้ายัง ไหลมาสมทบกับแม่นํ้าชี เมื่อถึงฤดูฝนนํ้าจึงไหลหลากเข้าท่วมไร่นา เส้นทางคมนาคม และที่ตั้งชุมชนเป็นบริเวณกว้างนับหมื่นไร่ ส่งผลให้พืชผลส่วนใหญ่ของราษฎรโดยเฉพาะข้าวนาปีเสียหายเป็นจำนวนมาก การเดินทางสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก และในบางชุมชนราษฎรต้องอพยพข้าวของหนีนํ้าไปอยู่อาศัยบนพื้นที่สูง

1-55-4_004

whiteเมื่อถึงฤดูแล้งราษฎรส่วนใหญ่ยังต้องเผชิญกับภาวะขาดแคลนนํ้าสำหรับทำการเกษตร เนื่องจากในพื้นที่มีแหล่งเก็บกักนํ้าไม่เพียงพอ ทำให้ไม่สามารถเพาะปลูกเพื่อชดเชยโอกาสและผลผลิตที่เสียหายไปในช่วงนํ้าหลากได้อย่างเต็มที่

“หนองอึ่ง” แหล่งนํ้าธรรมชาติสำคัญในพื้นที่ก็มีสภาพตื้นเขินจากตะกอนนํ้าหลาก ทำให้ไม่สามารถเก็บกักนํ้าไว้ได้มากพอสำหรับทำการเกษตร และระดับนํ้าในแม่นํ้าชีในช่วงฤดูแล้งก็ลดลงตํ่ามากเกินกว่าที่จะนำขึ้นมาใช้ประโยชน์ได้อย่างง่าย ๆ นอกจากจะใช้เครื่องสูบนํ้าขนาดใหญ่ดึงนํ้าขึ้นมา

 1-55-4_006-2ศูนย์ประสานงานและอาคารฝึกอบรมของโครงการ

whiteนอกจากปัญหานํ้าท่วมและนํ้าแล้งซํ้าซากแล้ว ปัญหาหลักอีกอย่างหนึ่งในพื้นที่ก็คือ ความเสื่อมโทรมของ “ป่าดงมัน” ป่าดิบแล้งผสมเต็งรังบนเนินทรายขนาดใหญ่เกือบ ๓,๐๐๐ ไร่ ใกล้กับหนองอึ่ง ซึ่งถูกราษฎรบุกรุกแผ้วถางเป็นที่ทำกิน รวมทั้งเก็บหาของป่าและใช้เป็นพื้นที่เลี้ยงปศุสัตว์อย่างไม่มีการควบคุม จนกระทั่งเหลือป่าที่มีสภาพอุดมสมบูรณ์เพียง ๘๐๐ ไร่ ส่งผลกระทบกับวิถีชีวิตของคนในชุมชนโดยรอบซึ่งอาศัยป่าแห่งนี้เป็นแหล่งอาหารประจำครัวเรือน โดยปัญหานี้มีแนวโน้มว่าจะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ตามการขยายตัวของประชากรและระบบเศรษฐกิจ

whiteเมื่อวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๓ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรตำบลค้อเหนือ ที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาอุทกภัย ในการนี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร มีพระราชดำริให้ส่วนราชการพิจารณาปรับปรุงและพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติเพื่อช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของราษฎรในพื้นที่ ประกอบด้วย

๑. การขุดลอกหนองอึ่ง เพื่อให้เป็นแหล่งนํ้าสำหรับทำการเกษตรและเป็นแหล่งขยายพันธุ์ปลา
๒. การพัฒนาและปรับปรุงสภาพดิน เพื่อลดปัญหาดินชะล้างพังทลาย
๓. การฟื้นฟูสภาพป่าดงมันบริเวณหนองอึ่ง เพื่อให้คนสามารถอยู่ร่วมกับป่าอย่างเกื้อกูลกัน

นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา การดำเนินงานโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จึงได้เริ่มต้นขึ้น โดยเป็นโครงการในลักษณะบูรณาการ ที่ส่วนราชการรวมถึงราษฎรในชุมชน มีบทบาทในการวางแผนและขับเคลื่อนกิจกรรมการพัฒนาต่าง ๆ ร่วมกันใน ๓ มิติ คือ

1-55-4_007สภาพของหนองอึ่งในปัจจุบัน เป็นแหล่งเก็บกักนํ้าเพื่อการเกษตรและแหล่งขยายพันธุ์ปลา

มิติที่ ๑ การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ

white) ปรับปรุงและพัฒนาหนองอึ่ง พื้นที่ประมาณ ๔๕๐ ไร่ โดยการขุดลอกตะกอนดินทำให้สามารถเก็บกักนํ้าได้เพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีความจุประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร เป็นประมาณ ๖๔๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร ส่วนดินที่ขุดลอกขึ้นมาได้นำไปปั้นเป็นคันดินโดยรอบบริเวณหนองนํ้า เพื่อทำหน้าที่เก็บกักนํ้าไว้ ในขณะเดียวกันก็เป็นด่านป้องกันตะกอนดินที่แม่น้ำพัดพามา รวมทั้งเป็นเส้นทางสัญจรของราษฎรในพื้นที่อีกด้วย

นอกจากนี้ยังได้ก่อสร้างอาคารบังคับนํ้าจำนวน ๙ แห่ง ในบริเวณหนองอึ่งด้านที่รับนํ้าจากแม่นํ้าชี เพื่อทำหน้าที่เปิดรับนํ้าหลากในช่วงฤดูฝนมาเก็บกักไว้ และเป็นตัวควบคุมการส่งนํ้าโดยแรงโน้มถ่วงของโลกผ่านระบบคลองส่งนํ้า ๓ สาย ความยาวรวม ๓,๐๐๐ เมตร จากหนองอึ่งไปยังพื้นที่เพาะปลูกของราษฎรในช่วงฤดูแล้งหรือเมื่อเกิดภาวะฝนทิ้งช่วง

การปรับปรุงและพัฒนาแหล่งนํ้าดังกล่าวทำให้ในปัจจุบันหนองอึ่งมีสภาพเป็นอ่างเก็บนํ้าขนาดเล็ก ซึ่งนอกจากจะมีประโยชน์โดยตรงในด้านการเก็บกักนํ้าไว้ใช้ในพื้นที่การเกษตรและอุปโภคบริโภคแล้ว ยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาและทำประมงที่สำคัญ รวมทั้งเป็นแหล่งอยู่อาศัยของนกนํ้าหลายชนิดอีกด้วย

white) ปรับปรุงและพัฒนาดิน ดำเนินการปลูกต้นไม้และหญ้าแฝกเพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดินในบริเวณพื้นที่โดยรอบหนองอึ่งซึ่งมีความลาดชันค่อนข้างสูง และดินมีสภาพเป็นดินร่วนปนทราย อันเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาดินชะล้างพังทลาย และส่งผลให้เกิดปัญหาแหล่งนํ้าตื้นเขินตามมา

white) ฟื้นฟูและพัฒนาป่าไม้ ดำเนินการฟื้นฟู “ป่าดงมัน” ซึ่งมีสภาพเสื่อมโทรม พร้อมทั้งกันแนวเขตพื้นที่ป่าให้ชัดเจน รวมพื้นที่ประมาณ ๓,๐๐๐ ไร่ โดยการดำเนินงานตามแนวพระราชดำริ “ปลูกป่า ๓ อย่าง ประโยชน์ ๔ อย่าง” เป็นหลัก เพื่อให้ป่าผืนดังกล่าวคงสภาพการเป็นป่าชุมชนซึ่งประชาชนสามารถเข้ามาใช้ประโยชน์ได้ ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์และสร้างความสมบูรณ์ให้กับผืนป่า พร้อมกันนั้นก็เปิดโอกาสให้ราษฎรเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมด้านอนุรักษ์ของโครงการและปลูกฝังจิตสำนึกรักและหวงแหนทรัพยากรป่าไม้ในชุมชน ต่อมาในปี ๒๕๔๖ ราษฎรใน ๗ ชุมชนและส่วนราชการได้ร่วมกันจัดตั้งป่าดังกล่าวเป็น “ป่าชุมชนดงมัน”  โดยมีการกำหนดระเบียบกติกาการใช้ประโยชน์จากป่าร่วมกันอย่างชัดเจน

 1-55-4_009

whiteผลจากดำเนินงานร่วมมือกันอย่างต่อเนื่องทำให้ป่าดงมันฟื้นคืนสู่ความอุดมสมบูรณ์อย่างรวดเร็ว พรรณไม้ใหญ่จำพวกยางนา พะยอม และแดง เติบโตโดยไม่ถูกตัดฟัน และราษฎรได้ใช้ประโยชน์จากป่าในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นไม้ฟืนและไม้ใช้สอย รวมถึงของป่า และสมุนไพรชนิดต่าง ๆ

  

มิติที่ ๒ การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ

white) การบริหารจัดการนํ้า ดำเนินการจัดสรรการใช้ประโยชน์จากแหล่งนํ้าในหนองอึ่ง โดยให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกกับการเก็บกักนํ้าเพื่อเป็นแหล่งขยายพันธุ์ปลาซึ่งเป็นแหล่งอาหารและแหล่งประมงของราษฎรในพื้นที่ และการรักษาระบบนิเวศธรรมชาติ สำหรับนํ้าส่วนที่เหลือจะถูกส่งไปสนับสนุนการเพาะปลูกในช่วงฤดูแล้งผ่านระบบคลองส่งนํ้าที่ก่อสร้างไว้ โดยในจุดนี้ราษฎรกลุ่มผู้ใช้นํ้าจะวางแผนการใช้นํ้าและเพาะปลูกร่วมกับทางราชการ

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันราษฎรส่วนใหญ่ในพื้นที่โครงการยังคงประสบปัญหานํ้าไม่เพียงพอเพาะปลูกในช่วงฤดูแล้งอยู่ เนื่องจากปริมาณนํ้าในหนองอึ่งมีอยู่จำกัด สามารถส่งไปให้พื้นที่การเกษตรได้ไม่มากนัก ซึ่งเป็นสิ่งที่โครงการจะวางแผนดำเนินงานให้ความช่วยเหลือราษฎรต่อไป

white) การจัดการที่ดิน โครงการได้จัดแบ่งที่ดินว่างเปล่าบางส่วนบริเวณริมหนองอึ่ง และป่าชุมชนดงมัน ออกเป็นแปลง ๆ ให้กับราษฎรที่ “หัวไว ใจสู้” แต่มีที่ดินทำกินจำกัดได้เข้ามาใช้ประโยชน์ทำการเกษตรตามที่ตนเองถนัด พร้อมทั้งให้การส่งเสริมและสนับสนุนด้านความรู้ทางการเกษตรและปัจจัยการผลิตต่าง ๆ ทั้งการปลูกพืชเศรษฐกิจ เลี้ยงสัตว์ และการประมง ทางหนึ่งก็เพื่อให้ความช่วยเหลือราษฎรที่ด้อยโอกาส อีกทางหนึ่งก็เพื่อจัดเป็นพื้นที่สาธิตด้านการประกอบอาชีพเกษตรกรรม สำหรับให้คนในพื้นที่และผู้สนใจเข้าไปศึกษาดูงาน ในลักษณะ “เกษตรกรต้นแบบ”

white) การจัดการทรัพยากรป่าไม้ โครงการได้วางระบบการบริหารจัดการและดูแลพื้นที่ป่าชุมชนดงมัน ร่วมกับราษฎร รวมทั้งดำเนินการต่อยอดการพัฒนาโดยส่งเสริมการแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหารจากป่าชุมชนซึ่งมีปริมาณมากนับสิบตันในแต่ละปี ได้แก่ เห็ดโคนชนิดต่าง ๆ เห็ดเผาะ เห็ดตับเต่า เห็ดระโงก ไข่มดแดง และแม่เป้ง (มดแดงที่เป็นราชินีมด) เพื่อจำหน่ายสร้างรายได้เสริมให้กับราษฎรนอกเหนือไปจากการเพาะปลูก

 whiteกิจกรรมนี้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๕ จนถึงปัจจุบันกลุ่มดังกล่าวได้เติบโตเป็นองค์กรธุรกิจชุมชนในรูปแบบสหกรณ์การเกษตรจำกัด มีตราสินค้าของกลุ่มชื่อ “วนาทิพย์” ซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายและได้รับการคัดเลือกให้เป็นสินค้า OTOP ระดับห้าดาว ของจังหวัดยโสธร ในปี ๒๕๕๒ มียอดจำหน่ายในแต่ละปีประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท

นอกจากนี้แล้วโครงการยังได้จัดทำพื้นที่การเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติขึ้นในพื้นที่ป่าชุมชนดงมัน เพื่อถ่ายทอดความรู้และแสดงตัวอย่างความสำเร็จให้กับผู้ที่สนใจเข้ามาศึกษาดูงาน เช่น กิจกรรมป่าชุมชน การทำวนเกษตร การแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหารจากป่า เป็นต้น

 1-55-4_011

มิติที่ ๓ การพัฒนาอาชีพ

whiteการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมซึ่งเป็นอาชีพหลักของราษฎรในพื้นที่ เป็นกิจกรรมที่โครงการได้ดำเนินการควบคู่ไปกับการพัฒนาและบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติป่าและนํ้า โดยเน้นบทบาทในด้านการส่งเสริมและให้ความรู้ทางการเกษตรสาขาต่าง ๆ ทั้งในรูปแบบการฝึกอบรมอาชีพและการจัดแปลงสาธิต รวมทั้งสนับสนุนปัจจัยการผลิตให้แก่เกษตรกร เช่น  พันธุ์ไก่ สุกร สัตว์นํ้า นํ้าเชื้อสำหรับผสมเทียมและเวชภัณฑ์สัตว์ เป็นต้น และส่งเสริมการประกอบอาชีพเสริมเพื่อสร้างรายได้ในครัวเรือน โดยมีกิจกรรมที่โดดเด่นคือ การส่งเสริมงานศิลปาชีพและการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม

1-55-4_012

whiteโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่งอันเนื่องมาจากพระราชดำริได้ดำเนินกิจกรรมพัฒนามาอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยพัฒนาต่าง ๆ ใน ๓ มิติดังกล่าว โดยเน้นการพัฒนาบนฐานของทรัพยากรธรรมชาติท้องถิ่นและเปิดโอกาสให้คนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนโครงการ ผลการดำเนินงานในห้วงเวลา ๑๐ ปี ที่ผ่านมา ได้มีส่วนช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรในพื้นที่ตำบลค้อเหนือ โดยเฉพาะในด้านการฟื้นฟูและพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งมีความสัมพันธ์เกี่ยวโยงกับวิถีชีวิตของราษฎรในพื้นที่บริเวณหนองอึ่งและป่าชุมชนดงมันอย่างแนบแน่น

1-55-4_013“วนาทิพย์” ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปจากป่าชุมชน ที่สร้างรายได้ให้กับราษฎรปีละกว่า ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท 

whiteสิ่งที่ถือว่าเป็นผลสำเร็จโดดเด่นของโครงการนี้ก็คือ การผสมผสานระหว่างกิจกรรมการอนุรักษ์เข้ากับการบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้ ทำให้ราษฎรซึ่งได้รับประโยชน์จากป่าในรูปแบบที่หลากหลาย เกิดความตระหนักและสัมผัสถึงคุณค่าของทรัพยากรในท้องถิ่นได้อย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้เกิดการร่วมแรงร่วมใจกันดูแลรักษาป่าไม้ในหมู่ของราษฎรเอง โดยมีส่วนราชการให้คำปรึกษา ซึ่งนับว่าเป็นพื้นฐานสำคัญของการดำเนินงานตามแนวพระราชดำริ “คนอยู่ร่วมกับป่าอย่างเกื้อกูลกัน”

whiteแม้ว่าในปัจจุบันโครงการจะบรรลุเป้าหมายหลักในการพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่งเป็นส่วนใหญ่แล้วก็ตาม แต่ยังมีสิ่งสำคัญคือกิจกรรมการด้านการจัดหาแหล่งนํ้าสำหรับทำการเกษตรในฤดูแล้งให้กับราษฎรและการพัฒนาอาชีพที่โครงการมีแผนจะดำเนินงานในระยะต่อไปเพื่อให้การดำเนินงานสามารถสนองพระราชดำริได้อย่างครอบคลุมครบถ้วน อย่างไรก็ตาม ณ วันนี้นับได้ว่าโครงการได้ช่วยวางรากฐานด้านการอนุรักษ์และบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอันเป็นปัจจัยหลักในกระบวนการพัฒนาที่ยั่งยืนลงในพื้นที่แห่งนี้แล้ว

 Print
 สำนักประสานงานโครงการพื้นที่ ๒