สาระน่ารู้

หลักการทรงงาน (ฉบับคำกลอน)

ระเบิดจาก ภายใน ให้คำนึง                        ตระหนักซึ่ง ความจำเป็น จึงลงมือ
แก้ปัญหา จากเล็ก ไปสู่ใหญ่                     แต่ต้องได้ ภาพรวม ร่วมยึดถือ
เมื่อจุดเล็ก ได้ผล คนระบือ                            จึงเร่งมือ ขยายผล จนเกริกไกร
อีกการงาน ทำตาม ลำดับขั้น                     ขั้นแรกนั้น เรื่องจำเป็น แยกให้ได้
ภูมิสังคม หลักพัฒนา ธ ตรัสไว้                    ทำสิ่งใด ให้พินิจ ทั้งคนความ
หลักองค์รวม คือเชื่อมโยง ทุกสรรพสิ่ง         อย่าละทิ้ง ทุกเรื่องล้วน ชวนให้ถาม
อีกไม่ติด ตำรา ว่าตามตาม                           ปรับให้งาม ตามความจริง คือสิ่งควร
ประหยัดนั้น เป็นหลักไว้ ให้ยึดถือ                 เรียบง่ายคือ หัวใจ ให้ถี่ถ้วน
ทำให้ง่าย ใช่มักง่าย ในกระบวน                    ทุกอย่างล้วน พินิจตาม ความจำเป็น
มีส่วนร่วม ทั้งรับฟัง ทั้งเสนอ                          ใช่ออเออ หรือเงียบไว้ ไม่รู้เห็น
ถือประโยชน์ ส่วนรวม ร่วมบำเพ็ญ                เพราะตนเป็น หนึ่งหน่วย ในผลรวม
บริการ ที่จุดเดียว เฉลียวฉลาด                     ไม่มีพลาด เพราะตรงนั้น เป็นศูนย์ร่วม
ใช้ธรรมชาติ ช่วยธรรมชาติ ปราศกำกวม   เช่นนํ้าท่วม ใช้แก้มลิง พักพิงธาร
ใช้อธรรม ปราบอธรรม พิษล้างพิษ              คือแง่คิด หาสิ่งดี ในที่กร้าน
ปลูกป่า ใน ใจคน คือหลักการ                        ว่าสร้างสาน สำนึกก่อน จึงลงมือ
ขาดทุนคือ กำไร นั้นไม่ยาก                            เริ่มลำบาก ปลายสบาย ให้ยึดถือ
พึ่งตนเอง รักศักดิ์ไว้ ให้เลื่องลือ                    ไม่งอมือ งอเท้า พึ่งเขากิน
ทั้งพออยู่ พอกิน สิ้นความโลภ                        ไม่ละโมบ เสียอย่าง ทุกข์ก็สิ้น
เศรษฐกิจ พอเพียง เคียงแผ่นดิน                  พอประมาณ เพื่อสร้างถิ่น แผ่นดินทอง
อีกซื่อสัตย์ สุจริต กตัญญู                            ต้องเชิดชู ทำให้ได้ ใช่แค่ท่อง
การทำงาน อย่างมีสุข ย่อมสมปอง              สุขเพราะงาน ใช่เพราะของ จ้องตอบแทน
มีความเพียร เวียนว่ายเช่น มหาชนก             ไม่ตระหนก ท้อหรือคอย คนแห่แหน
ทั้งรู้รัก สามัคคี ไทยทั้งแดน                           ถึงมีสิบ ก็ดุจแสน สานกำลัง
ทั้งหมดนี้ พระปรีชา มหาราช                            กลั่นจากหยาด พระเสโท ที่รินหลั่ง
เป็นผลึกแห่ง ความรู้ เมลืองมลัง                       ทั้งยืนยั่ง ทั้งอยู่เย็น เป็นสุขเอย

ภัททะพงศ์ เทียนศรี