แนะนำโครงการ

0001

1-56-5_002

whiteนับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นครองราชย์ เมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๘๙ ตราบจนปัจจุบันรวมเวลากว่า ๖๗ ปี ทรงทราบถึงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนส่วนใหญ่ ที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมซึ่งต้องการ “น้ำ” เป็นปัจจัยสำคัญเพื่อการเพาะปลูกและดำรงชีวิต เฉพาะอย่างยิ่งราษฎรผู้อาศัยอยู่ในท้องถิ่นชนบททุรกันดารที่ขาดแคลน แม้กระทั่งแหล่งน้ำกิน น้ำใช้ในช่วงฤดูแล้ง เป็นเหตุให้เกิดปัญหาความยากจน ขาดเสถียรภาพความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และขาดคุณภาพชีวิตที่ดี

1-56-5_003

whiteในการเสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมเยียนราษฎรแต่ละภูมิภาค จึงมิใช่เพียงแต่เสด็จฯ เพื่อให้ราษฎรได้ชมพระบารมี แต่เพื่อทรงรับทราบถึงสภาพชีวิตความเป็นอยู่ การประกอบอาชีพ และความต้องการของราษฎรพระราชกรณียกิจในงานจัดการทรัพยากรน้ำที่พระราชทานพระราชดำริให้หน่วยงานต่าง ๆ ดำเนินการมาโดยตลอด มีจุดมุ่งหมายสำคัญเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาหรือบรรเทาความเดือนร้อนเกี่ยวกับน้ำ จนสามารถตอบสนองความต้องการขั้นพื้นฐานของราษฎรได้เป็นหลักเพื่อจะได้พัฒนาคุณภาพชีวิตจากสภาพความยากจนแร้นแค้นให้อยู่ในฐานะ “พอมีพอกิน” หรือถึงขั้น “มีกินมีใช้”

 

น้ำ…คือชีวิต

1-56-5_004
white
การพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเพาะปลูกหรือการชลประทาน นับว่าเป็นงานที่มีความสำคัญและมีประโยชน์อย่างมากสำหรับประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ในการช่วยให้เกษตรกรทำการเพาะปลูกได้อย่างสมบูรณ์ตลอดปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงให้ความสนพระราชหฤทัยเกี่ยวกับการพัฒนาแหล่งน้ำ ทรงให้ความสำคัญในลักษณะ “น้ำคือชีวิต” ทรงใฝ่พระราชหฤทัยเกี่ยวกับการจัดการพัฒนาแหล่งน้ำเป็นอย่างยิ่ง มีพระราชดำริว่า น้ำคือปัจจัยสำคัญต่อมนุษย์และบรรดาสิ่งมีชีวิตอย่างถ่องแท้ ดังพระราชดำรัส ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๒๙ ความตอนหนึ่งว่า “…หลักสำคัญว่าต้องมีน้ำบริโภค น้ำใช้ น้ำเพื่อการเพาะปลูก เพราะว่าชีวิตอยู่ที่นั่น ถ้ามีน้ำคนอยู่ได้ ถ้าไม่มีน้ำคนอยู่ไม่ได้ ไม่มีไฟฟ้าคนอยู่ได้ แต่ถ้ามีไฟฟ้าไม่มีน้ำคนอยู่ไม่ได้…”

1-56-5_006

 

 

น้ำ…การพัฒนา

1-56-5_007
white
ตลอดระยะเวลาอันยาวนานของการทรงงานหนักตรากตรำอย่างไม่ทรงเคยหยุดหย่อน งานพัฒนาที่สำคัญยิ่งของพระองค์ คือ งานที่เกี่ยวข้องกับ “น้ำ” พระองค์ทรงตระหนักในพระราชหฤทัยถึงการดำรงชีพของราษฎรไทย ที่ส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรมมีน้ำเป็นสิ่งหล่อเลี้ยงชีวิตโดยสำคัญ ศาสตร์ทั้งปวงที่เกี่ยวกับน้ำไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาและจัดหาแหล่งน้ำ การเก็บกัก การระบาย การควบคุม การทำน้ำเสียให้เป็นน้ำดี ตลอดจนการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ย่อมประจักษ์ชัด และได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพระอัจฉริยภาพ และพระปรีชาสามารถของพระองค์นั้นหาผู้เสมอเหมือนได้ยากยิ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทุ่มเทพระวรกายในการศึกษาวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำ ทรงพระราชทานพระราชดำริวางโครงการพัฒนาแหล่งน้ำต่าง ๆ ตลอด จนทรงแก้ปัญหาสำคัญ ได้แก่ ปัญหาการขาดแคลนน้ำ ปัญหาน้ำท่วม และปัญหาน้ำเน่าเสีย กระทั่งก่อให้เกิดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริมากมาย ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทอดพระเนตรเห็นแหล่งน้ำใน ๓ มิติ คือ ภาพทางอากาศ ภาพทางบก หรือที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ และภาพทางสังคม โดยพระองค์ทรงทำ “แผนที่ทางสังคม” หรือที่เรียกว่า Social Mapping ของประเทศด้วยพระองค์เอง จนมีการกล่าวขานกันว่า พระองค์ทรงมีข้อมูลแหล่งน้ำมากที่สุดและดีที่สุดในประเทศไทย จนได้รับพระสมัญญานามว่าเป็น “ปราชญ์แห่งการบริหารจัดการน้ำ”

 

 

น้ำ…การบริหารจัดการ

1-56-5_010
white
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงให้ความสำคัญด้านการพัฒนาแหล่งน้ำ เพื่อให้เป็นปัจจัยพื้นฐานในการประกอบอาชีพของประชาชน โดยได้พระราชทานพระราชดำริ เรื่องการบริหารจัดการน้ำ เมื่อวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๓๒ ความว่า “…โครงการชลประทานต่างๆ ที่ได้ดำเนินการก่อสร้างเสร็จแล้ว ควรจัดการให้ราษฎรมีการใช้น้ำอย่างถูกวิธีและเกิดประโยชน์สูงสุด โดยเน้นให้หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมมือกันดำเนินการ…” และทรงรับสั่งถึงโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยหวด จังหวัดสกลนคร เมื่อวันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๕๑ ความว่า “…ยังมีคนใช้ประโยชน์ไม่พอ เป็นอ่างเก็บน้ำที่ใหญ่มาก มีน้ำมาก แต่ไม่มีคนใช้ประโยชน์จากน้ำมากเท่าที่ควร ทรงห่วงเรื่องการใช้น้ำ เพราะอ่างเก็บน้ำห้วยหวด ทรงจำได้ว่ามีความจุ ๒๒ ล้านลูกบาศก์เมตร…”

1-56-5_011

whiteจากพระราชดำริและการติดตามผลการพัฒนาแหล่งน้ำฯ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) ได้ให้การสนับสนุนงบประมาณแก่หน่วยงานต่าง ๆ เพื่อดำเนินงานโครงการพัฒนาด้านแหล่งน้ำ มากกว่าร้อยละ ๕๐ ของงบประมาณที่ให้การสนับสนุนในแต่ละปี และนับตั้งแต่ปี ๒๕๒๕ – ๒๕๕๖ มีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำที่สำนักงาน กปร. ให้การสนับสนุนงบประมาณไปแล้วจำนวนกว่า ๒,๙๕๕ โครงการ ทั้งนี้ โครงการแหล่งน้ำที่ได้ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วหลายแห่งยังมีการใช้ประโยชน์ไม่เต็มที่ ซึ่งคงต้องหันกลับมาวิเคราะห์กันอีกครั้งว่าเป็นเพราะสาเหตุใด ต้องมีการดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างไร เพื่อให้แหล่งน้ำต่าง ๆ ที่ก่อสร้างเสร็จแล้วได้มีการใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ มีความยั่งยืน และขยายผลออกไปอย่างกว้างขวาง จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “โครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในลักษณะการพัฒนาพื้นที่เชิงบูรณาการ” ขึ้น โดยมีแนวทางที่สำคัญคือการบริหารจัดการด้วยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนของสังคม ทั้งภาครัฐ ท้องถิ่น และประชาชน ทั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ และกระตุ้นให้เกิดกระบวนการเรียนรู้เรื่องการบริหารจัดการน้ำให้แก่กลุ่มผู้ใช้น้ำ สร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนในการบริหารจัดการน้ำอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ ตลอดจนหาตัวแบบ (Model) ความสำเร็จในการบริหารจัดการน้ำที่ควบคู่ไปกับการสร้างเครือข่ายระหว่างองค์กรผู้ใช้น้ำชลประทานกับหน่วยงานภาครัฐในระดับต่าง ๆ ในลักษณะบูรณาการร่วมกัน

1-56-5_015_2

พื้นที่เป้าหมายการดำเนินการนำร่องปีงบประมาณ ๒๕๕๕ ได้ดำเนินการในพื้นที่โครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริใน ๑๓ จังหวัด ประกอบด้วย

พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน ๗ จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสกลนคร จังหวัดเลย จังหวัดหนองบัวลำภู จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดศรีสะเกษ
พื้นที่ภาคเหนือ จำนวน ๖ จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดน่าน จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดลำปาง และจังหวัดลำพูน

สำหรับวิธีการดำเนินงานโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในลักษณะการพัฒนาพื้นที่เชิงบูรณาการ มีแนวทางดำเนินงาน ดังนี้

๑) การทบทวนสถานภาพโครงการแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทั้งด้านโครงสร้างทางกายภาพและการบริหารจัดการ เพื่อให้ทราบถึงสถานภาพปัจจุบันของโครงการแหล่งน้ำแต่ละแห่ง โดยทำการแบ่งกลุ่มสถานภาพโครงการออกเป็น ๓ ระดับ ดังนี้

A : สภาพดี/ใช้ประโยชน์ได้ดี/ กลุ่มเข้มแข็ง
B : สภาพพอใช้งานได้/ มีกลุ่มพื้นฐาน
C : ต้องฟื้นฟู-ปรับปรุง (กายภาพ-กลุ่ม)

๒) จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเป็นการระดมความคิดร่วมกันระหว่างสำนักงาน กปร. กรมชลประทาน จังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกลุ่มผู้ใช้น้ำ เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริงของปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงานที่ผ่านมา ร่วมกันสรุปหาตัวแบบ (Model) ความสำเร็จ หรือแนวทางที่มุ่งไปสู่ผลสัมฤทธิ์การดำเนินงานโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ โดยบูรณาการทุกภาคส่วนในลักษณะระเบิดจากข้างใน

whiteจากการดำเนินงานในปีงบประมาณ ๒๕๕๕ พบว่า กลุ่มผู้ใช้น้ำส่วนใหญ่ประสบปัญหาตะกอนดินจำนวนมาก ในอ่างเก็บน้ำ/ ฝาย ส่งผลให้เก็บน้ำได้น้อย และปัญหาด้านโครงสร้าง ได้แก่ ปัญหาสภาพอ่างเก็บน้ำ/ฝาย ชำรุด รั่วซึม รวมถึงระบบส่งน้ำที่เกิดการชำรุดเสียหายส่งผลให้ส่งน้ำได้ไม่ทั่วถึง รองลงมาเป็นปัญหาด้านการบริหารจัดการกลุ่มผู้ใช้น้ำ กล่าวคือ ปัญหาเรื่องความไม่สามัคคีกันของสมาชิกภายในกลุ่ม การรวมกลุ่มที่ไม่เข้มแข็งหรือไม่มีกลุ่มผู้ใช้น้ำที่ชัดเจน รวมถึงปัญหาการบริหารจัดการน้ำยังไม่เป็นระบบ ทำให้เกิดปัญหาการแย่งน้ำใช้เพื่อการเกษตร ซึ่งในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน

whiteทั้งนี้ ในปีงบประมาณ ๒๕๕๖ สำนักงาน กปร. จะดำเนินงานโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพิ่มเติมใน ๔ ภูมิภาค ได้แก่ พื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ จำนวนทั้งสิ้น ๑๖ จังหวัด โดยจัดประชุมเชิงปฏิบัติการฯ แก่กลุ่มผู้ใช้น้ำโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง

 

น้ำ…ประโยชน์เพื่อประชาชน

1-56-5_018

whiteการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาหรือบรรเทาความเดือดร้อนเกี่ยวกับน้ำ สามารถสนองความต้องการขั้นพื้นฐานของประชาชนได้เป็นหลัก จากการสำรวจสถานภาพโครงการแหล่งน้ำในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ก่อนเริ่มดำเนินงานในส่วนของโครงสร้างทางกายภาพ และการบริหารจัดการ ซึ่งทั้ง ๒ ส่วน เป็นประเด็นสำคัญในการหาแนวทางแก้ไขปัญหา เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการ กล่าวคือ เพื่อพัฒนาองค์ความรู้เรื่องการบริหารจัดการน้ำให้แก่เกษตรกรผู้ใช้น้ำชลประทาน สนับสนุน/สร้างการบริหารจัดการน้ำชุมชนอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง หารูปแบบการบริหารจัดการน้ำที่ดีผ่านองค์กรผู้ใช้น้ำชลประทาน และสร้างเครือข่ายระหว่างองค์กรผู้ใช้น้ำชลประทานกับหน่วยงานภาครัฐ ในการวางแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยเน้นให้กลุ่มผู้ใช้น้ำสามารถบริหารจัดการโครงการพัฒนาแหล่งน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด หากมีปัญหา อุปสรรคก็จะได้ให้หน่วยงานราชการระดับจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมมือกันช่วยเหลือสนับสนุน ทั้งนี้ การที่จะทำให้การบริหารจัดการน้ำของโครงการเกิดประสิทธิภาพและมีความยั่งยืนได้นั้น ต้องอาศัยกระบวนการมีส่วนร่วมของเกษตรกรในการบริหารจัดการน้ำ ทำให้เกษตรกรเกิดความเข้าใจในกระบวนการดังกล่าว พร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ชลประทานในการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านต่าง ๆ สร้างจิตสำนึกความเป็นเจ้าของโครงการ ช่วยกันวางแผนบริหารจัดการน้ำและดูแลบำรุงรักษาโครงการ ซึ่งจะทำให้โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเกิดความยั่งยืนตลอดไป

 

การประสานบูรณาการทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์
จากโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

1-56-5_022

สำนักประสานงานโครงการพื้นที่ ๒

Print

0002

whiteสำนักงาน กปร. ได้มอบหมายให้ นางสาวมทิรา ภัคทิพวดี เจ้าหน้าที่กลุ่มสื่อสารองค์กร สำนักประชาสัมพันธ์ ร่วมเดินทางไปกับคณะตรวจเยี่ยมโครงการพัฒนาในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ของ พลเอกณพล บุญทับ รองสมุหราชองครักษ์ เมื่อเร็ว ๆ นี้ สรุปสาระสำคัญดังนี้

whiteข้าพเจ้าได้มีโอกาสเดินทางไปปฏิบัติภารกิจเยี่ยมชม และบันทึกเรื่องราวของฟาร์มตัวอย่างฯ ในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ในเขตพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนใต้ ได้แก่ จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี และจังหวัดนราธิวาส กับคณะรองสมุหราชองครักษ์ ซึ่งได้กรุณาจัดการอำนวยความสะดวกในการลงพื้นที่ การเข้าเยี่ยมชมโครงการฟาร์มตัวอย่างฯ ในครั้งนี้
1-56-5_024whiteคณะทำงานจากกรมราชองครักษ์ ได้เดินทางไปยังกองบิน ๖ ดอนเมือง เพื่อโดยสารเครื่องบิน C-130 ของกองทัพอากาศ เที่ยวเวลา ๐๙.๐๐ น. ไปถึงสนามบินกองบิน ๕๖ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพภาค ๔ ต่อไปยังค่ายอิงคยุทธบริหาร อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เพื่อเยี่ยมชมฟาร์มตัวอย่างฯ ดังนี้

. โครงการฟาร์มตัวอย่าง บ้านปิยา ตำบลปิยามุมัง อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี
1-56-5_025
whiteโครงการนี้มีทั้งราษฎรชาวไทยพุทธและมุสลิม ๒ ตำบล ได้แก่ ตำบลปิยามุมัง ตำบลราตาปันยัง สถานการณ์ขณะนี้นับได้ว่าราษฎรในพื้นที่หมดความหวาดระแวงต่อกัน (เดิมเคยเกิดเหตุการณ์ลอบยิงกันและทำให้เกิดความไม่ไว้ใจกันระหว่างราษฎร ๒ ตำบล ซึ่งเป็นพุทธและมุสลิม) โดยมีฟาร์มตัวอย่างฯ เป็นที่ประสานความเข้าใจ โดยราษฎรได้มาทำงานร่วมกันในฟาร์มฯ ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็น สร้างความรู้ความเข้าใจร่วมกัน ได้ช่วยเหลือเกื้อกูลกันเสมือนเป็นญาติพี่น้องกันดังเดิม
whiteราษฎรมีอาชีพ มีรายได้ในครัวเรือนเพียงพอ และได้นำความรู้ทางด้านการเกษตร ปศุสัตว์ ประมง จากฟาร์มตัวอย่างฯ ไปทำที่บ้าน สร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้อีกทางหนึ่ง

. โครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงและฟาร์มตัวอย่าง บ้านรอตันบาตู ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมือง จ.นราธิวาส
whiteราษฎรทั้งชาวไทยพุทธ และไทยมุสลิม ซึ่งสูญเสียเสาหลักของครอบครัวไปในเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้มีที่อยู่อาศัย มีที่ดินทำกินใหม่ในที่ปลอดภัย
ราษฎรในโครงการ และราษฎรจาก ๔ หมู่บ้านในพื้นที่โดยรอบ (ไทยพุทธ ๑๐๖ คน, มุสลิม ๒๑๗ คน) ได้มีอาชีพ มีรายได้จากกิจกรรมภายในฟาร์มฯ เช่น กิจกรรมการเกษตร ปศุสัตว์ ประมง รวมถึงกิจกรรมศิลปาชีพ เช่นเครื่องปั้นดินเผา เซรามิก เป็นต้น

กิจกรรมโครงการ ได้แก่

ปลูกพืชผัก หมุนเวียน ๗๓ ไร่ ซึ่งพืชผักที่ปลูกประกอบด้วย ผักกวางตุ้ง, ผักบุ้ง, แตงร้าน, ข้าวโพดหวาน, ข้าวโพดฝักอ่อน, ถั่วพู, มะระจีน, มะเขือเปราะ, บวบเหลี่ยม, ถั่วฝักยาว, ถั่วแขก
สวนผลไม้ ๑๕ ไร่ ได้แก่ กล้วยน้ำว้า, ชมพู่ มะเหมี่ยว, ฝรั่ง, มะพร้าวน้ำหอม, มะยงชิด, มะม่วง๓ ฤดู, มะเฟือง
การปลูกไม้ยืนต้น เพื่อสร้างป่าชุมชน จำนวน ๒๕ ไร่ พันธุ์ไม้ที่ปลูก ได้แก่ กระถินเทพา
การปลูกข้าว จำนวน ๓๐ ไร่ พันธุ์ข้าวที่ปลูกคือ ข้าวหอมกระดังงา, ข้าวพันธุ์ชัยนาท ได้ผลผลิต ๓๐๐ กก./ไร่
นอกจากนี้ยังมี การปลูกไม้ดอกไม้ประดับ ได้แก่ บอนสีสายพันธุ์พื้นเมือง, บอนสีสายพันธุ์ลูกผสม, และพันธุ์ไม้ตระกูลปาล์ม การเพาะถั่วงอก
การปศุสัตว์ ประกอบด้วย การเลี้ยงแพะเนื้อ ๘๙ ตัว, แพะนม ๔๒ ตัว ได้น้ำนมเฉลี่ย ๖ ลิตร/วัน, การเลี้ยงแพะลูกผสม ๔๑ ตัว และเลี้ยงพ่อพันธุ์ไก่พื้นเมืองสามสายเลือดจำนวน ๔๔๒ ตัว รวมพ่อแม่พันธุ์ ๓๒ ตัว
การประมง มีบ่อเลี้ยงปลา ๗ บ่อ โดยมีการเพาะพันธุ์ปลาออกจำหน่าย เช่น ปลานิล เป็นต้น
เพาะเห็ด เห็ดนางฟ้า ให้ผลผลิต ๑๕ กก./วัน
การแปรรูปผลผลิต เพื่อให้เกิดมูลค่าเพิ่ม เช่น ทำกล้วยฉาบ ๑๐๐ ถุง/เดือน, ข้าวเกรียบ, ไข่เค็ม, ปลาส้ม ๓๐ กก./เดือน

1-56-5_031

ผลผลิตของแต่ละกิจกรรม นำไปเลี้ยงครอบครัวโดยไม่ต้องพึ่งตลาดในตัวเมือง เพื่อลดอันตรายจากการเดินทาง ที่เหลือนำไปจำหน่ายให้กับราษฎรในบริเวณใกล้เคียง

. โครงการฟาร์มตัวอย่าง บ้านไม้แก่น ตำบลไม้แก่น อำเภอไม้แก่น จังหวัดปัตตานี และ โครงการฟาร์มตัวอย่าง บ้านสารวัน ตำบลไทรทอง อำเภอไม้แก่น จังหวัดปัตตานี
white
ทั้ง ๒ โครงการฯ นี้ เพิ่งเริ่มจัดตั้งโครงการเมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๕๕ กิจกรรมภายในฟาร์มฯ ดำเนินไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่สิ่งที่เห็นเป็นผลสำเร็จชัดเจน คือ ราษฎรทั้งสองตำบล ได้มีธนาคารอาหารชุมชน (Food bank) ไม่ต้องเสี่ยงอันตรายจากการเดินทางไปจ่ายตลาด ซึ่งฟาร์มทั้งสองแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นจากการที่ราษฎรออกไปซื้ออาหารไม่ได้มักถูกดักซุ่มยิง ร้านสะดวกซื้อ หรือร้านอาหารสด เจ้าของร้านก็ถูกยิงเสียชีวิต รถขายกับข้าวซึ่งตระเวนขายกับข้าวตามหมู่บ้านก็โดนซุ่มยิง เผารถ

whiteเมื่อมีฟาร์มเกิดขึ้นจึงทำให้ราษฎรเกิดความอุ่นใจได้ว่ามีอาหารรับประทาน มีอาชีพอยู่ในที่ปลอดภัยกิจกรรมเพาะเห็ด เลี้ยงไก่ไข่ ปลูกผัก จึงเป็นกิจกรรมแรกที่จะสร้างอาหารชุมชนให้กับราษฎรได้ในทันที ซึ่งปัจจุบันก็ยังคงให้ผลผลิตอยู่อย่างต่อเนื่อง

1-56-5_035

. โครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงและฟาร์มตัวอย่าง บ้านป่าหวายทราย ตำบลปะเสยะวอ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี
whiteผลสำเร็จของโครงการฯ สามารถสร้างบ้านเสร็จเรียบร้อย จำนวน ๓๕ หลัง เนื่องจากราษฎรได้ร่วมมือกันก่อสร้างบ้านเองโดยไม่ต้องจ้างแรงงานและผลิตอิฐประสานขึ้นใช้เอง ทำให้ลดค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างได้เป็นจำนวนมาก ขุดสระน้ำสำหรับกักเก็บน้ำไว้ใช้ได้ตลอดปี ขนาดกว้าง ๒๕ เมตร ยาว ๔๐ เมตร ความจุน้ำ ๗,๕๐๐ ลูกบาศก์เมตร ขยายเขตไฟฟ้าเข้าสู่หมู่บ้านทำระบบประปาหมู่บ้าน ทำหอกระจายข่าว สร้างรั้วลวดหนามรอบหมู่บ้าน ๖,๐๐๐ เมตร สร้างป้อมยาม จำนวน ๔ ป้อม และจัดสร้างเล้าไก่พันธุ์ไข่ จำนวนไก่๑,๐๐๐ ตัว และสร้างธนาคารข้าว ๑ แห่ง
whiteทำให้ราษฎรบ้านป่าหวายทรายที่แต่เดิมครอบครัวเคยถูกลอบยิงจนเสียชีวิตไปหลายรายจนแทบจะเป็นหมู่บ้านร้าง ได้พลิกฟื้นให้กลับมามีที่อยู่อาศัยใหม่ที่ปลอดภัย มีอาชีพในฟาร์มตัวอย่างฯ และมีที่ทำกินในครอบครัว พอเลี้ยงตัวและครอบครัวได้

 

. ศูนย์ครูใต้3
white
จากพระราชดำรัสของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ความตอนหนึ่งว่า

“…ถ้าขืนปล่อยให้ข้าราชการครูต้องเผชิญกับชะตากรรมอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน โดยไม่มีหนทางแก้ไขแล้ว ในอนาคตคงไม่มีครูที่มีความรู้ ความสามารถ จะยอมเสียสละ อาสาลงไปสอนหนังสือให้เด็กนักเรียนในจังหวัดชายแดนภาคใต้อีกต่อไป…”

whiteสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ มีพระราชเสาวนีย์ให้ พลเอกณพล บุญทับ รองสมุหราชองครักษ์ ประธานคณะทำงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับสนองพระราชเสาวนีย์ไปจัดสร้างศูนย์ครูขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเป็นที่พักแรมของครู เปิดโอกาสให้ครูที่อาสามาจากต่างจังหวัดได้เข้ามาพักอาศัย โดยมีการดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างดีเยี่ยม สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ มีพระราชดำรัสกับ พลเอกณพล บุญทับ ว่า

ฉันขอมอบเงินที่มีผู้นำมาให้ฉันในวันเกิด กลับคืนให้นำไปสร้างศูนย์ครูใต้ โดยหวังว่าศูนย์ครูใต้จะเป็นที่พักพิงอันร่มเย็นเป็นสุขให้แก่ครูที่ต้องเผชิญชะตากรรมอันแสนทุกข์ทรมานมาเป็นเวลาช้านาน เสมือนหนึ่งเป็นอ้อมแขนของคนไทยทั่วประเทศที่ร่วมกันโอบอุ้มคุ้มครองครูใต้ กางกั้นครูทั้งหลายไว้จากความทุกข์ ความกังวลในช่วงเวลาที่พักอาศัยอยู่ในศูนย์ครูใต้นี้ เพื่อเติมแรงใจ และแรงกายให้ผองครูใต้ได้ฝ่าฟันอันตรายออกไปทำหน้าที่เพื่อลูกศิษย์และเพื่ออนาคตของประเทศชาติต่อไปโดยไม่ต้องท้อถอย”

whiteการดำเนินงานของโครงการ สร้างบ้านพัก ๑๕๐ หลัง มีสิ่ง อำนวยความสะดวกครบครัน เช่น เตียงนอน, ตู้เสื้อผ้า, ตู้เย็น, โทรทัศน์, เตาแก๊ส, เครื่องครัวต่าง ๆ สำหรับประกอบอาหารได้ทันทีที่เข้ามาพักอาศัย มีร้านค้า ร้านตัดผม มีโรงยิม สำหรับออกกำลังกายเพื่อผ่อนคลายความเครียด มีห้องสมุด มีหนังสือที่ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงคัดเลือกพระราชทานมาไว้ประจำ ห้องสมุด มีอินเทอร์เน็ตสำหรับให้ครูได้สืบค้นข้อมูล เพิ่มพูนความรู้ และห้องฝึกฝนภาษาต่างประเทศ เพื่อเพิ่มทักษะให้แก่ครู มีร้านค้าสำหรับบริการจำหน่ายสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน และมีห้องเอนกประสงค์สำหรับคณะครูได้ใช้พบปะสังสรรค์ และเปลี่ยนความรู้และนันทนาการ

whiteพร้อมทั้งมีฟาร์มตัวอย่างเป็น ธนาคารอาหารชุมชนไว้ให้บริโภคโดยไม่ขาดแคลน มีโรงเรียนศูนย์ครูใต้ (ระดับประถมศึกษา) เปิดสอนแก่บุตรหลานของครูที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์การก่อความไม่สงบ และสมาชิกโครงการฟาร์มตัวอย่างและราษฎรใกล้เคียง

whiteในครั้งนี้ข้าพเจ้าได้รับข้อมูล และประสบการณ์มากมาย เพื่อนำมาเผยแพร่ผลการดำเนินงานตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ได้สร้างชีวิตใหม่ให้แก่ราษฎรและครูที่ประสบภัยจากเหตุการณ์ความไม่สงบในภาคใต้ ทั้งนี้ ต้องขอขอบพระคุณความเอื้อเฟื้อเป็นอย่างดีจากท่านพลเอก ณพล บุญทับ รองสมุหราชองครักษ์ และจะนำรายละเอียด และเรื่องราวโครงการอื่น ๆ มานำเสนอในโอกาสต่อไป

Print