เศรษฐกิจพอเพียง : สุพจน์ โคมณี ผู้สานต่อความสุขด้วยศรัทธา สำนักศึกษาและขยายผลการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ

1-56-6_001

สุพจน์ โคมณี

 

whiteหลายครั้งที่ความสำเร็จของการงานใด ๆ เกิดจากแรงศรัทธาต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างมุ่งมั่น เช่นเดียวกับคุณสุพจน์ โคมณี ที่มีความศรัทธาและความเชื่อมั่นในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มุ่งมั่นที่จะเดินตามรอยพระยุคลบาท ส่งผลให้ประสบความสำเร็จบนเส้นทางเกษตรตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอันเป็นความสุขที่ยั่งยืน และยืนหยัดที่จะถ่ายทอดองค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริ เพื่อสานต่อความสุขที่เกิดจากการดำเนินชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

whiteจากเดิมที่ทำเกษตรเชิงเดี่ยวและเน้นปริมาณผลผลิต มีปัญหาทั้งการผลิต การตลาด และภัยธรรมชาติทำให้มีหนี้สินจำนวนมาก บ่อยครั้งที่ต้องล้มลุกคลุกคลาน แต่คุณสุพจน์คิดเสมอว่า “ผิดเป็นครู”

 

147whiteต่อมา จึงมานะ อดทน ด้วยความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คุณสุพจน์จึงได้น้อมนำมาประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิตและประกอบอาชีพ เปรียบเสมือนเทียนส่องสว่างนำทางชีวิตของตนและครอบครัวให้พบกับความสุขอีกครั้ง

whiteแม้คุณสุพจน์จะมีความรู้ระดับประถมศึกษาปีที่ ๖ แต่คุณสุพจน์เป็นคนใฝ่รักการเรียนรู้ อุตสาหะ ขวนขวาย อ่านตำราต่าง ๆ รวมถึงหนังสือเกี่ยวกับหลักการทรงงาน หลักการพัฒนา และแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ศึกษาสารคดีด้านการเกษตรจากรายการทางโทรทัศน์ เรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์ จดจำ แล้วจึงนำไปปฏิบัติจนประสบความสำเร็จ ทำให้เกิดการสั่งสมความรู้ และได้ร่วมเข้ารับการฝึกอบรมโครงการพระราชดำริ “โครงการเกษตรทฤษฎีใหม่” จัดโดยสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครสวรรค์ จึงมีแรงจูงใจในการเปลี่ยนจากการทำเกษตรเชิงเดี่ยวมาเป็นการทำเกษตรแบบผสมผสาน ตัดสินใจเปลี่ยนความคิดจากการทำเกษตรเพื่อขาย มาเป็นการทำเกษตรแบบพออยู่พอกิน หากเหลือจึงนำไปขาย ไม่คิดแข่งขันกับใคร ทำตามกำลังของตนเองและครอบครัว จัดสรรที่ดินแบบการเกษตรทฤษฎีใหม่ คือ ๓๐-๓๐-๓๐-๑๐ ประกอบไปด้วย นาข้าว สวนผลไม้ ผักสวนครัว บ่อน้ำ เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ และที่อยู่อาศัย

145

whiteคุณสุพจน์และครอบครัวต่างใช้ความพยายาม ขยัน ประหยัด อดทน และซื่อสัตย์สุจริต วันเวลาผ่านไป พืชผักสวนครัวเริ่มให้ผลผลิต ส่วนหนึ่งใช้เป็นอาหารในครัวเรือน ส่วนที่เหลือสามารถแบ่งปันและขายให้เพื่อนบ้านละแวกใกล้เคียงได้ จึงเริ่มมีรายได้เล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นค่าขนมให้บุตร

whiteคุณสุพจน์ เห็นความสำคัญของการปลูกต้นไม้ ได้ศึกษาแนวคิดและทฤษฎีการพัฒนาตามแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเกี่ยวกับ “ ปลูกไม้ ๓ อย่าง ประโยชน์ ๔ อย่าง” ซึ่งคุณสุพจน์ได้มองถึงอนาคตไว้ว่าเกษตรกรสามารถมีวันเกษียณให้ตนเองเช่นเดียวกับข้าราชการ โดยการมีไม้ผลและไม้ยืนต้นเหล่านี้เป็นหลักประกันในวันเกษียณ เป็นที่พึ่งพาชีวิตยามบั้นปลาย เป็นมรดกให้ลูกหลานได้ คุณสุพจน์มีพันธุ์ไม้ยืนต้น ไม้ผล ไม้มงคล ไม้ป่าหายากและสมุนไพรมากกว่า ๓๐๐ ชนิด เช่น พยุง กันเกรา ตะเคียน ยางนา ประดู่ ตะแบก สัก มะม่วง ฝรั่ง กระท้อน กล้วย สะเดา แคนา จามจุรี ฯลฯ ต่อมาเมื่อไม้ผลเริ่มออกผลผลิต จึงนำออกขายภายในตลาดของอำเภอ เริ่มจากการหาบเดินขาย สร้างรายได้เพิ่มอีกทางหนึ่ง ทำบัญชีครัวเรือนไว้บริหารค่าใช้จ่าย จากนั้นผลผลิตทางการเกษตรออกดอกออกผลให้เก็บทุกปี จนสามารถเป็นรายได้หลักของครอบครัวได้ และด้วยความประหยัดอดออม ทำให้สามารถปลดหนี้สินได้ภายในเวลา ๔ ปี

146

whiteด้วยประสบการณ์การประยุกต์ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่ความสำเร็จในชีวิต มีความรู้เกี่ยวกับการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ และการไม่หวงความรู้ของคุณสุพจน์ จึงทำให้คุณสุพจน์เป็นที่สนใจของเพื่อนบ้านที่หมั่นเข้ามาพูดคุยและขอดูพื้นที่ทำการเกษตรอยู่เสมอ เนื่องจากสามารถพลิกผืนดินที่เสื่อมโทรมมากให้กลับมาทำการเพาะปลูกได้ มีการชักชวนเพื่อนบ้านให้เข้าร่วมทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ชาวบ้านให้ความเชื่อถือและไว้วางใจ จึงนำมาปฏิบัติต่อกันมา ทุกวันนี้ นอกจากคุณสุพจน์จะมีมารดาเป็นบุคคลต้นแบบในการดำรงชีวิตแล้ว ความสำเร็จในชีวิตคุณสุพจน์เกิดขึ้นได้เพราะการน้อมนำพระราชดำริปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาประยุกต์ใช้ ด้วยหลักการพอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน ควบคู่ไปกับการมีความรู้คู่คุณธรรม ทำให้ครอบครัวมีความมั่นคง อบอุ่น และมีความสุขอย่างแท้จริง ได้รับความไว้วางใจจากหน่วยงานภาครัฐให้เป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ เช่น สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครสวรรค์ เป็นต้น ได้สร้างศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบนที่ดินของตนเองเป็นโรงเรียนแห่งการเรียนรู้ ได้สืบสานและบอกเล่าแนวพระราชดำริของพระองค์ท่านได้อย่างเต็มภาคภูมิ ให้เกษตรกร นักเรียน นักศึกษา ตลอดจนประชาชนทั่วไปได้รับฟังและเกิดแรงบันดาลใจในการสานต่อเป็นห่วงโซ่ที่แผ่ขยายออกไปไม่มีวันสิ้นสุด

1-56-6_005

white“การที่ผมได้ทำให้ชาวบ้านดูนะ จริง ๆ ผมไม่ได้คิดเอง ในหลวงทรงสอนและทรงปฏิบัติให้เราเห็นมานานแล้ว พระองค์บอกว่า การที่จะสอนคนที่ดีที่สุดคือทำให้คนดู นี่เป็นสาเหตุที่พระองค์ทำนา เพราะความสำคัญคือต้องทำให้คนดู เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมทำสำเร็จนี่ก็เพราะผมได้ดูพระองค์ปฏิบัติ ด้วยความมุ่งมั่น ทำด้วยความเอาจริงเอาจัง ทำให้คนอื่นดูแล้วดูอีก และการที่เราได้เล่าได้ทำก็ดูเหมือนได้เป็นการสนองพระราชดำริ ได้ช่วยงานพระองค์เหมือนกัน ผมทำด้วยความจงรักภักดี และจะทำอย่างนี้ไปตลอดชีวิต” การกล่าวของนายสุพจน์ โคมณี ที่เปี่ยมไปด้วยความศรัทธาอันแรงกล้าและความมุ่งมั่นสนองงานพระราชดำริ

Print