ในความทรงจำ : การทรงงานที่ไม่มีวันหยุด

4-55-4_001

whiteสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) ร่วมกับมูลนิธิสวนหลวง ร.๙ จัดเสวนาพิเศษหัวข้อ “การทรงงานที่ไม่มีวันหยุด” เมื่อวันเสาร์ที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๕๕ ณ หอรัชมงคล สวนหลวง ร.๙ กรุงเทพฯ ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย ฯพณฯ นายอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี/ประธานกรรมการบริหารโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ นายสุวัฒน์ เทพอารักษ์ เลขาธิการ กปร. และนางสาวสายสวรรค์ ขยันยิ่ง ตัวแทนภาคสื่อมวลชนเป็นผู้ดำเนินรายการ สาระสำคัญของการเสวนาสรุปได้ ดังนี้

4-55-4_002

whiteผู้ดำเนินรายการ : ขอนำท่านผู้ชมเข้าสู่การเสวนาในงาน “พรรณไม้งามอร่ามสวนหลวง ร.๙”ครั้งที่ ๒๕ ขณะนี้ดิฉันอยู่ที่หอรัชมงคล บริเวณสวนหลวง ร.๙ กรุงเทพมหานคร ซึ่งวันนี้งานพรรณไม้งามอร่ามสวนหลวง ร.๙ มีกิจกรรมสำคัญอย่างหนึ่งที่จะนำท่านผู้ชมที่อยู่ทางบ้านรับชมผ่านทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ช่อง ๑๑ กรมประชาสัมพันธ์และท่านผู้มีเกียรติที่อยู่ในหอรัชมงคลแห่งนี้ ก็คือการเสวนาในหัวข้อที่ชื่อว่า “การทรงงานที่ไม่มีวันหยุด”

4-55-4_003

 

whiteแน่นอนว่าเรามาพบกันในช่วงโอกาสอันเป็นศุภมงคลก็ว่าได้ เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่เราจะได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๕ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๕ ซึ่งทุกท่านทราบดีว่าจะได้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ในการเสด็จฯ ออกมหาสมาคม ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม ดังนั้นอีกมุมหนึ่งผู้ที่ได้รับใช้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท จะมาสะท้อนภาพความประทับใจ ให้ทุกท่านฟังถึงพระราชกรณียกิจ และพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทยตลอดระยะเวลาที่ทรงครองสิริราชสมบัติมา ๖๐ กว่าปี ซึ่งเราจะได้รับฟังกันอย่างเต็มอิ่ม ๑ ชั่วโมงจากนี้ไป จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ๒ ท่านด้วยกัน ท่านแรกก็คือ ฯพณฯ นายอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี และท่านที่ ๒ คือ นายสุวัฒน์ เทพอารักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (เลขาธิการ กปร.)

4-55-4_009

whiteคงจะขอฟังจาก ฯพณฯ องคมนตรีก่อน เนื่องจากได้ทำงานถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาเป็นเวลายาวนาน อยากให้ท่านเล่าให้ฟังว่า จากที่ท่านได้รับใช้ใกล้ชิด จากที่ท่านได้ตามเสด็จ ท่านเห็นอะไรจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบ้าง

43

whiteฯพณฯ องคมนตรี : ผมเริ่มทำงานตั้งแต่ปี ๒๔๙๔ เรียนที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จบเมื่อปี ๒๔๙๘ แล้วก็ทำงานที่กระทรวงเกษตรฯ ตลอดมา ได้ทำงานที่กรมกสิกรรม จนกระทั่งปี ๒๕๒๐ ก็ได้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองพืชไร่ ตอนนั้นเริ่มได้มีโอกาสรับใช้เบื้องพระยุคลบาท เดินทางไปในภาคต่าง ๆ จนเมื่อปี ๒๕๒๓ ก็ได้เป็นรองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร จากนั้นก็เป็นรองอธิบดีที่ยาวที่สุดในกระทรวงเกษตร ๑๒ ปี ถึงได้เป็นอธิบดี ๘ เดือน แล้วก็เป็นรัฐมนตรีช่วยการกระทรวงเกษตร ๔ เดือน เกษียณอายุราชการเมื่อ ๒๕๓๕ จากนั้นก็เป็นที่ปรึกษากรมวิชาการเกษตร ๒ ปี

whiteพอปี ๒๕๓๗ ในหลวงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ทำหน้าที่เป็นองคมนตรี ตอนนั้นก็ได้รับใช้เบื้องพระยุคลบาทอย่างเต็มที่ ตั้งแต่เป็นรองอธิบดีมานี้ ก็เริ่มทำงาน แต่ว่ากรมวิชาการเกษตรแบ่งงาน รองอธิบดีมี ๓ คน คนหนึ่งให้ทำภาคเหนือ คนหนึ่งให้ทำทางภาคตะวันออกเฉียงเหนืออีกคนให้ทำภาคใต้ ผมได้รับผิดชอบภาคเหนือ ได้เดินทางไปเฝ้าในหลวง ไปทุกจังหวัดที่เสด็จฯ หลังจากนั้นที่ได้เป็นองคมนตรีราว ๆ ๑๘ ปี ก็ได้รับใช้อย่างเต็มที่

whiteผมได้มีโอกาสทำงานค่อนข้างมาก เพราะว่าเป็นรองอธิบดีที่นาน รองอธิบดีต้องเป็นคนที่ทำงานจริง ๆ ส่วนอธิบดีต้องเดินทางไปที่ต่าง ๆ มากมาย ทุกแห่งที่เสด็จฯ ไปทรงงานก็ต้องไปเตรียมงานล่วงหน้าอย่างน้อยก็ ๑๐ วัน ๑๕ วัน แต่พอเสด็จฯ ก็ได้เฝ้าฯ แต่ไม่มีโอกาสจะรับสั่งกับผมเท่าไร เพราะว่าผมอยู่เบื้องหลัง แต่ก็ทำงานตลอดมาทรงรู้จักผมเพราะว่าพอดีคุณพ่อเป็นทหาร หลังจากนั้นท่านได้เป็นองคมนตรีอยู่ระยะหนึ่งคงทรงทราบว่าผมเป็นลูกขององคมนตรีเก่า

whiteผู้ดำเนินรายการ : เวลาเสด็จฯ ไปทางเหนือขึ้นเขา ลงห้วยอะไรต่าง ๆ ทรงงานหนักไหม และทรงเดินทางอย่างไร

4-55-4_015

whiteฯพณฯ องคมนตรี : ถ้าระยะทางไกล จะเสด็จฯ ทางเฮลิคอปเตอร์ แต่พอไปถึงพื้นที่ก็เสด็จพระราชดำเนิน โดยยานพาหนะต่าง ๆ แต่ผมต้องเรียนว่าไม่ได้ไปทุกแห่งที่เสด็จฯ จะอยู่เฝ้าฯ เฉพาะงานของกรมวิชาการเกษตร เช่น สถานีเกษตรที่สูงขุนวาง ศูนย์วิจัยเกษตรแม่จอนหลวง เท่าที่เห็นจากภาพในรายการโทรทัศน์ต่าง ๆ ก็ได้เสด็จฯ ทรงงานหนักมาก ส่วนผมก็รอเวลาที่เสด็จฯ มาทรงเยี่ยมหน่วยงานที่ผมดูแลอยู่

44

whiteงานที่ได้รับใช้ตรง ๆ ก็คือพืช จะทรงงานให้นำพืชต่าง ๆ นำไปปลูก บางแห่งก็เป็นพืชใหม่ ผมก็ทำงานเกี่ยวกับปรับปรุงพันธุ์พืช พันธุ์ข้าวโพด ทรงทราบดีและทรงสนพระราชหฤทัย รับสั่งให้ปรับปรุงพันธุ์ จำพวกพืชเลี้ยงสัตว์ ข้าวโพดหวาน พืชใหม่ ๆ ที่เราได้มา รวมทั้งพืชที่สนพระราชหฤทัย เช่น แมคคาเดเมีย หรือพันธุ์พืชต่างประเทศที่ปลูกบนที่สูงได้ ก็จะนำมาพระราชทานพวกเราปลูก หลายแห่งตอนนี้ก็ยังมีต้นอยู่ อย่างเราไปเยี่ยมศูนย์ศึกษาการพัฒนา หรือศูนย์วิจัยพืชสวนตามที่ราบที่สูงก็ยังมีพืชที่ทรงปลูกอยู่ เราก็จะไปเยี่ยมทุกแห่ง จะทรงปลูกต้นไม้ ปลูกพืชใหม่ ๆ ทุกแห่ง ที่เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยม

whiteผู้ดำเนินรายการ : ท่านเลขาธิการ กปร. ช่วยเสริมประเด็นนี้ ที่เรามาคุยกันในหัวข้อที่ว่าการทรงงานที่ไม่มีวันหยุดนั้น มีผลสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ให้ประชาชนได้อยู่ดีกินดีอย่างไรบ้างท่านเลขาธิการ กปร. ก็เป็นท่านหนึ่งที่ทำงานถวายใกล้ชิด ตั้งแต่ยังหนุ่ม ๆ ก็จะเห็นท่านเลขาอยู่ร่วมภารกิจ หรือได้ตามเสด็จไปในพระราชกรณียกิจต่าง ๆ ได้เห็นการทรงงานหนักมากขนาดไหน

whiteเลขาธิการ กปร. : ผมเองก็ทำงานที่สำนักงาน กปร. มา ๓๑ ปี ก็ได้มีโอกาสติดตามเสด็จไปพื้นที่ต่าง ๆ จะเห็นได้ว่าทรงงานก็เพื่อเข้าไปแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ยกตัวอย่าง ภาคเหนือที่ปัญหายาเสพติดในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๑๐ – ๒๕๑๒ รุนแรงมาก ก็มีพระราชดำริทำอย่างไรถึงจะหาพืชที่มาทดแทนฝิ่น ก็ไม่ทรงใช้ตำรวจไปจับ ทหารไปปราบ แต่มีพระราชดำริแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างยั่งยืน

4-55-4_007

whiteมีอยู่ครั้งหนึ่งได้บันทึกไว้ว่าทรงพระดำเนินข้ามเขาสูง เพื่อไปทอดพระเนตรต้นกาแฟ ปรากฏว่าทั้งหมดเหลือต้นกาแฟอยู่ต้นเดียว ก็เสด็จฯ ไปเพื่อให้กำลังใจ พยายามที่จะทำอย่างไรให้กาแฟต้นนี้งอกเงย ทดแทนฝิ่นให้ได้ ตั้งแต่ปี ๒๕๑๗ ได้เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยม จนเกิดเป็นโครงการหลวงในพื้นที่ภาคเหนือ จนกระทั่ง ณ วันนี้พื้นที่ในประเทศไทยที่ปลูกฝิ่นเหลือน้อยมากแทบไม่มีเลยแล้วมีกาแฟและพืชเมืองหนาวขึ้นมาเต็มไปหมด คงเคยได้ยินกาแฟที่ดอยตุง ดอยช้าง ปางขอน

whiteผมไปติดตามโครงการหนึ่งที่เชียงราย ชาวเขาปลูกกาแฟแค่ ๑๐ ไร่ เขาจะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า ๒๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งถือว่าเป็นรายได้ที่ดี เขาก็ไม่ไปสนใจเรื่องการตัดไม้ทำลายป่า เขาก็สนใจดูแลแปลงกาแฟของเขา เพื่อให้ออกดอก ออกผล เพื่อจะเป็นรายได้เลี้ยงตัวเองได้

4-55-4_010

whiteผู้ดำเนินรายการ : เวลาเสด็จพระราชดำเนินไปแบบนั้นลำบากมาก ถ้าเป็นคนธรรมดาทั่วไป พระเจ้าแผ่นดินเสด็จฯ ไปทอดพระเนตรกาแฟเพียงต้นเดียว ข้ามเขาเป็นลูก ๆ มีหนทางหรือท้องถิ่นทุรกันดารไหน ที่ท่านเลขาฯ ได้ตามเสด็จแล้วจะเล่าให้ฟังให้พวกเราเห็นถึงพระวิริยะอุตสาหะ

4-55-4_011

whiteเลขาธิการ กปร. : มีเหตุการณ์หนึ่ง ซึ่งได้มีโอกาสตามเสด็จ ที่อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ วันนั้นมืดค่ำปรากฏว่าคนนำทางพาไปหลง จนเข้าไปถึงถนนที่ไม่มีถนน ขลุกขลักกันดาร ทรงเรียกว่าถนนดิลโก้ ทรงขับรถยนต์พระที่นั่ง หนทางขลุกขลัก เพื่อที่จะทรงเข้าไปให้ถึงปัญหาอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะยากลำบากแค่ไหน เพื่อที่จะเสด็จฯ ไปทอดพระเนตรลำน้ำหนึ่ง คือ ลำพะยัง แล้วได้พระราชทานพระราชดำรัสว่าชาวบ้านตรงนั้นพื้นที่แห้งแล้งมาก เขาปลูกข้าว ทอดพระเนตรเห็นเมล็ดข้าวลีบ และมีผลิตผลต่ำมาก เพราะชาวบ้านกราบบังคมทูลว่าน้ำฝนก็ไม่มี น้ำชลประทานก็ไม่มี ใช้น้ำค้างเพื่อพยุงให้ต้นพออยู่ได้แค่นั้นเอง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริให้ใช้ทฤษฎีใหม่ ก็คือหาน้ำให้กับแปลงเกษตรเล็ก ๆ ถ้ามีน้ำก็จะสามารถช่วยข้าวให้ออกดอกออกผลได้

4-55-4_012

whiteหลังจากปี ๒๕๓๕ ประมาณสัก ๑๐ ปี ก็ไปติดตามดูผลสำเร็จของโครงการที่เกิดขึ้น ก็เห็นชัดเจนว่าชาวบ้านปลูกข้าวได้ดีขึ้น นอกจากนั้น ก็มีน้ำเลี้ยงปลา เลี้ยงสัตว์ทำผสมผสาน สามารถมีชีวิตความเป็นอยู่ มีรายได้ประมาณปีละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท เป็นรายได้ที่เลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้อย่างดี

whiteผู้ดำเนินรายการ : ถ้าลองถอดแนวพระราชดำริ หรือสิ่งที่เป็นแหล่งกำเนิดของโครงการต่าง ๆ แล้ว เริ่มมาอย่างไร ทรงทราบก่อนว่าประชาชนที่นั่นที่นี่เดือดร้อน แล้วก็เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรแล้วกลับมาคิดเป็นโครงการพระราชดำริ แล้วพระราชทานกลับไป หรือว่าเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎร แล้วเริ่มอย่างไรก่อน

4-55-4_014

whiteเลขาธิการ กปร. : เรื่องโครงการแรกที่เกิดขึ้นจริง ๆ ก็คือเสด็จพระราชดำเนินไปแล้วรถไปติดหล่ม ทอดพระเนตรเห็นถึงปัญหาอย่างแท้จริงพระองค์เสด็จฯ ไปแล้วรถไปติดหล่ม อย่างไรก็ตามอยากจะเรียนทุกท่านว่าทรงศึกษาก่อน ทรงรู้ว่าปัญหาของแต่ละที่เป็นอย่างไร แล้วจะได้เสด็จพระราชดำเนินไปถึงพื้นที่นั้น แล้วก็ไปดูสภาพพื้นที่จริง แล้วก็หาหนทางวางแผนแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน

4-55-4_013

whiteผู้ดำเนินรายการ : เป็นเรื่องที่ทุกคนฟังแล้วก็คงจะชื่นใจ ว่าพระองค์ไม่เคยละเลยไม่ว่าจะไปอยู่แห่งหนตำบลใด โครงการแรกที่เราเรียกได้ว่าเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวคือที่ไหน มีความเป็นมาอย่างไร

whiteฯพณฯ องคมนตรี : โครงการพระราชดำริที่เป็นโครงการแรกด้านการพัฒนาชนบท ตอนนั้นเพิ่งจะเสด็จขึ้นครองราชย์ใหม่ ๆ ประทับที่หัวหิน ก็เสด็จฯ ไปทรงใช้รถจี๊ปวิ่งไปติดหล่ม ระยะทางจากหัวหินเพียง ๑๕ กิโลเมตร พอไปถึงชาวบ้านกราบบังคมทูลว่าระยะทางแค่นี้ห่างจากหัวหินปลูกผักปลูกผลไม้ ปลูกแล้วไม่สามารถนำมาขายได้เพราะถนนไม่ดี ทรงได้รับฟังเช่นนั้น โปรดเกล้าฯ ให้ทางตำรวจตระเวนชายแดน โดยพระราชทานรถแทรกเตอร์ใหญ่ไปสร้างถนนยาว ๑๕ กิโลเมตร ทำให้ชาวบ้านเดินทางมาติดต่อที่หัวหินนำผักผลไม้มาขายได้ อันนี้ก็ถือเป็นโครงการหนึ่งที่พัฒนาแรก ๆ ประมาณปี ๒๔๙๕4-55-4_037

whiteเลขาธิการ กปร. : ตลอดระยะเวลากว่า ๖๐ ปี ที่ผ่านมา ได้ทรงงานตั้งแต่โครงการแรก ที่ ฯพณฯ องคมนตรีเล่าให้ฟังอย่างต่อเนื่องตลอดมา จนโครงการต่าง ๆ เกิดขึ้น ในฐานข้อมูลของสำนักงาน กปร. มีกระจายอยู่ทุกภูมิภาค ประเทศไทยมี ๗๗ จังหวัด มีโครงการอยู่ครอบคลุมทุกเรื่องที่เป็นปัญหาของประชาชน โดยเฉพาะเรื่องน้ำ ที่เราเห็นปัญหากันมากมาย ซึ่งพระราชทานโครงการเรื่องน้ำเรื่องเดียวมีถึง ๒,๙๐๐ โครงการ

whiteตั้งแต่ป่าเขาไล่ลงมาจนถึงลงสู่ทะเล จนออกทะเลไป เป็นต้น ครอบคลุมทุกเรื่อง ทุกสาขาไม่ว่าจะเป็นเรื่องดิน เรื่องน้ำ เรื่องป่า เรื่องอาชีพ เรื่องการศึกษา เรื่องสาธารณสุข สิ่งที่ได้จากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริกว่า ๔,๑๐๐ โครงการ ก็คือตัวอย่างความสำเร็จที่ออกมาเป็นองค์ความรู้ที่สามารถจะมาศึกษา เรียนรู้ และนำตัวอย่างความสำเร็จไปเผยแพร่ขยายผลให้กับพี่น้องประชาชนมากขึ้น กว้างขวางขึ้น เพราะตัวอย่างเหล่านี้ได้มีการพิสูจน์ มีการศึกษา มีการทดสอบอย่างชัดแจ้งแล้ว ถ้าได้ดำเนินการตามแนวทางก็จะประสบความสำเร็จได้

whiteผู้ดำเนินรายการ : มีเรื่องน้ำอยู่ถึง ๒,๙๐๐ โครงการ แสดงว่าก็สอดคล้องกับที่ทุกคนได้ยินบ่อย ๆ ว่า ทรงเห็นว่าน้ำคือชีวิต แล้วลำพังน้ำเองก็แก้ปัญหาหลาย ๆ แบบ ทั้งน้ำท่วม น้ำแล้งต่าง ๆ

whiteฯพณฯ องคมนตรี : โครงการหลัก ๆ โครงการเกี่ยวกับเขื่อนกั้นน้ำต่าง ๆ มีตั้งแต่เขื่อนขนาดเล็กจนถึงเขื่อนขนาดใหญ่ อีกอย่างหนึ่งที่จะเล่าให้ทราบถึงแรงดลพระราชหฤทัยเกี่ยวกับน้ำ เพื่อที่จะทรงศึกษาเมืองไทยทั้งประเทศ ให้รู้จักว่าเมืองไทยนี้เป็นอย่างไร เสด็จฯ ไปทั่วประเทศสมัยนั้นเมืองไทยก็มีทั้งหมด ๗๑ จังหวัด ใช้เวลา ๕ – ๖ ปี สิ่งที่เป็นแรงดลพระราชหฤทัยเกี่ยวกับน้ำ ก็คงเสด็จฯ ไปภาคอีสานที่สี่แยกหนองแวง หนองแวง คือ หญ้า ภาคอีสานที่อยู่ในน้ำ เสด็จฯ ผ่านตรงนั้น เป็นสี่แยกที่ชาวนามานั่งรอเฝ้ารับเสด็จ ตรงนั้นลักษณะภูมิประเทศเป็นนาข้าวแห้งแล้ง ฝุ่นคลุ้งไปหมด ทรงถามชาวนาว่าแล้งเพราะว่าน้ำแล้งใช่ไหม ด้วยความแปลกใจชาวนาก็กราบบังคมทูลว่าไม่ใช่แล้งเพราะแล้งน้ำ แต่ตายเพราะน้ำท่วม ก็ทรงทราบว่าอีสานมีน้ำมากแต่ไม่สามารถเก็บไว้ได้ น้ำท่วมทำให้ข้าวเสีย แต่ขณะเดียวกันพอหมดน้ำก็แล้ง จึงมีพระราชดำริสำคัญ ๓ เรื่องดังนี้

white๑.ให้ทำเขื่อนขนาดเล็กกั้นลำห้วย ลำน้ำต่าง ๆ เพื่อเก็บน้ำไว้

white๒.ในพื้นที่นาที่ไม่เป็นนาก็ให้ขุดสระ ตอนหลังก็เป็นแก้มลิง หรือเป็นโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่

white๓.ตรงนั้นเหมือนทะเลทรายฝุ่นคลุ้ง แต่ข้างบนเมฆขาวเต็มไปหมดเลย ทำอย่างไรจะเอาลงมาได้ ก็เกิดเป็นโครงการพระราชดำริอีกเรื่องหนึ่งที่เรียกว่าฝนหลวง เมื่อวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน เป็นวันฝนหลวง เพราะเป็นวันที่มีพระราชดำริเกี่ยวกับฝนหลวง

4-55-4_017

whiteผู้ดำเนินรายการ : ตลอดระยะเวลาที่ทรงครองสิริราชสมบัติมา ๖๐ กว่าปี ยังทรงห่วงใยประชาชนเรื่องน้ำ ทรงคิดเรื่องน้ำ ทรงงานเรื่องน้ำ เราก็ยังมีปัญหาเรื่องน้ำไม่หยุดหย่อน เป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้เราต้องมาเรียนรู้ว่า ทรงทำอะไรมาแล้วบ้าง เรามีอะไรที่จะไปสานต่อได้บ้าง ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ เอกชน หรือประชาชนทั่วไปต้องเรียนรู้ว่าทรงทำอะไรมาแล้วบ้าง จะได้นำองค์ความรู้ที่ทรงพัฒนาขึ้นให้พวกเราไปใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด และสำนักงาน กปร. พยายามเชื่อมโยงตรงนี้อย่างไร

4-55-4_019

whiteเลขาธิการ กปร. : ๔,๑๐๐ โครงการ คือ ตัวอย่างความสำเร็จต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เราพยายามเผยแพร่ให้ประชาชนได้เห็นว่าในพื้นที่ของตนเองไม่ว่าจะอยู่จังหวัดไหน ก็มีตัวอย่างของโครงการ ณ วันนี้เราพยายามทำคือ ศูนย์การศึกษาพัฒนาฯ ทั้ง ๖ แห่งทั่วประเทศ คือ เป็นตัวอย่างว่าแต่ละภูมิประเทศได้ทรงทำให้ดู ทำให้เห็น เพียงแต่เราเข้าไปศึกษา ไปเรียนรู้ แล้วนำเอาความสำเร็จมาทดลองทำ ทดลองปฏิบัติ มีตัวอย่างมากมายที่ชาวบ้านเข้าไปในศูนย์ศึกษาการพัฒนาแล้วนำกลับไปทำในพื้นที่ตนเองแล้วเกิดผลสำเร็จ

4-55-4_020

whiteอย่างเช่น ภาคเหนือ ไม่ว่าจะเป็นฝายต้นน้ำ ฝายชะลอน้ำ ขณะนี้ก็กระจายไปในพื้นที่ภาคเหนือมากมายที่ช่วยชะลอน้ำไว้เก็บน้ำไว้ในป่า และพอน้ำดีเก็บน้ำได้ป่าไม้ก็ดีขึ้น เมื่อน้ำดีป่าไม้ดี อาชีพการเกษตรของประชาชนก็ดีตามไปด้วย นอกจากนั้นก็มีตัวอย่างเยอะแยะ เช่น คนเพาะเห็ด ผมเคยพาผู้สื่อข่าวไปดูงานให้เห็นของจริงเลยว่าเป็นอย่างไร ชาวบ้านคนหนึ่งเขาเริ่มเพาะเห็ดจากหนึ่งโรง สองโรง สามโรง จนกระทั่งได้ ๑๘ โรง ผมก็ถามว่าใน ๑๘ โรง รายได้ทั้งหมดปีหนึ่งประมาณเท่าไร เขาก็บอกว่าได้ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ บาท จากเดิมเป็นอาชีพเสริมเขาเปลี่ยนเป็นอาชีพหลัก ถ้าเกิดตั้งใจจริง ทำจริง ขยันขันแข็งแล้ว รับรองได้ว่าประชาชนชาวไทย และเกษตรชาวไทยสามารถที่จะพึงตนเอง ช่วยเหลือตนเองได้

whiteผู้ดำเนินรายการ : ศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ ทั้ง ๖ แห่งทั่วประเทศ เกิดขึ้นมาหลังจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริขับเคลื่อนมาระยะหนึ่งแล้ว เหมือนกับจัดเป็นนิทรรศการขนาดใหญ่แบบมีชีวิต เข้าไปเรียนรู้ของจริงในนั้นมีสิ่งที่ไปศึกษาความรู้ก็ได้ แล้วได้เสียงตอบรับขนาดไหน

45

whiteเลขาธิการ กปร. : ศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ ทำงานมาตั้งแต่ครั้งแรกที่พระราชทานพระราชดำริ ๓๐ กว่าปี ใน ๓๐ ปีกว่านี้ทั้ง ๖ ศูนย์ฯ จะพยายามศึกษา ทดสอบ ทดลอง รวบรวมแล้วมีประมาณ ๑,๐๐๐ เรื่อง เราก็พยายามกลั่นกรองให้สรุปว่าแต่ละศูนย์ฯ มีงานที่เป็นจุดเด่น จุดสำเร็จที่พร้อมที่จะขยายให้กับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ศูนย์หนึ่งก็ประมาณ ๒๐ เรื่อง ซึ่งแล้วแต่ศูนย์ฯ แล้วแต่เรื่อง แล้วแต่สภาพพื้นที่ แล้วแต่สภาพภูมิประเทศ ภูมิสังคมที่ทรงเน้นตลอดว่าวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ เราคัดเลือกมาเรียบร้อยแล้วตัวอย่างความสำเร็จ ๒๐ เรื่อง กำลังนำเรื่องนี้ไปสู่ประชาชน ได้มีการเชิญองค์กรท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น อบต. เทศบาล กลุ่มผู้ใช้น้ำ นักเรียน นักศึกษา ชาวบ้านต่าง ๆ รวมทั้งโรงเรียน ตชด. ให้เข้าไปศึกษาขยายให้กับพี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศ โดยเฉพาะในปี ๒๕๕๕, ๒๕๕๖

4-55-4_035

whiteอีกตัวอย่างหนึ่งคือ ช่วงที่ประสบภัยน้ำท่วมมีพี่น้องประชาชนแทบจะสิ้นเนื้อประดาตัว เราก็นำเขาไปฟื้นฟูอาชีพ หาอาชีพในศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ ง่าย ๆ สามารถทำได้ทันที ในระยะสั้นเข้าไปศึกษาเรียนรู้แล้วให้กลับไปทำได้จริง ๆ อย่างที่ผมยกตัวอย่างเรื่องเพาะเห็ด เรื่องเลี้ยงไก่ ทางภาคอีสานก็มีไก่ดำ เรื่องปลูกผัก สามารถทำในระยะสั้นได้เพื่อที่จะประทังชีพ แล้วค่อย ๆ ฟื้นตัวขึ้นมา

whiteผู้ดำเนินรายการ : จนถึงทุกวันนี้นับตั้งแต่ครั้งแรกที่เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎร นับตั้งแต่ครั้งแรกที่เกิดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทรงติดตามของเก่า โครงการที่เกิดขึ้นสำเร็จแล้ว มีคนเข้าไปได้รับประโยชน์ อยู่ดี กินดี ยังทรงติดตามอยู่ไหม

whiteฯพณฯ องคมนตรี : หลังจากที่เสด็จฯ ไปทรงงานทั่วประเทศ งานหน่วยราชการต่าง ๆ ก็ทรงมีประสบการณ์ว่ามันน่าจะมีศูนย์ที่รวมความรู้ต่าง ๆ ไว้ด้วยกัน แทนที่จะแยกไปทำข้าว ปลา เลี้ยงสัตว์ ปลูกต้นไม้ แยกกระจายลงไป ๓๐๐ – ๔๐๐ หน่วยงาน ควรจะมีที่รวมกัน ทรงให้สร้างศูนย์การศึกษาพัฒนาเป็นการรวมงานต่าง ๆ ของทุกสาขาวิชา ไม่ว่าจะพืช สัตว์ เลี้ยงปลา เลี้ยงเป็ด ก็อยู่ในศูนย์หมด ราษฎรอยากทราบก็เข้าไปดูได้ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ

whiteระยะแรกที่ทรงงานสร้างศูนย์ก็ใช้เพียง ๖ แห่ง คือ เลือกตัวแทนของทั่วประเทศ เพราะไม่สามารถที่จะสร้างทุกแห่งได้ มีภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต่าง ๆ ทั้ง ๖ ศูนย์ เป็นศูนย์ที่เราทำงานมาตลอด ผมเป็นองคมนตรีที่ทำงานเกี่ยวกับการเกษตรมาตั้งแต่ทรงให้เป็นที่ปรึกษาของศูนย์นี้ตั้งแต่ต้น ตอนแรกเป็นรองประธานที่ปรึกษา ตอนหลังท่านประธานที่ปรึกษาได้ถึงแก่อนิจกรรมไป ทรงแต่งตั้งผมเป็นประธานที่ปรึกษาก็ให้คำปรึกษาความรู้จากที่ทำงาน ที่เรียนมาก็มาแนะนำตามศูนย์ต่าง ๆ ตลอดมา ก็เพื่อให้ศูนย์ได้ทำงานอย่างเต็มที่

4-55-4_027

whiteก็จะทรงหมุนเวียนไปดูงานทุกศูนย์ ตอนที่พระสุขพลานามัยดี แต่ตอนหลังมีพระราชกรณียกิจมาก และพระสุขพลานามัยถดถอยลง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปทรงงานแทน แต่ตอนหลังก็น้อยลงตามลำดับ ผมเองก็พยายามติดตามดูให้งานทุกศูนย์ฯ นี้เป็นไปตามพระราชดำริที่เคยพระราชทานไว้ บางครั้งก็นำไปกราบบังคมทูล บางครั้งก็มีพระราชกระแสรับสั่งลงมาให้นำมาปฏิบัติ ส่วนใหญ่ทรงประทับอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช ซึ่งการที่จะไปถวายงานหรือเข้าเฝ้าฯ บ่อยนัก การรบกวนยุคลบาท แต่ตอนนี้ทรงมีพระสุขพลานามัยดีขึ้น สังเกตว่าพยายามทรงงานหลายอย่าง แสดงว่าทรงยังสนพระราชหฤทัย

46

whiteสมัยก่อนจะทรงงานโคนมที่สวนจิตรลดา บ้านเรากินนมจากแขกเลี้ยงทั้งหมด แขกเลี้ยงบนโรงเรือน นมก็ไม่ค่อยสะอาด แขกก็รีดนมแล้วก็ส่งไปร้านกาแฟ ตอนหลังทรงให้เลี้ยงโคนมในสวนจิตรลดา นำตัวอย่างพ่อพันธุ์แม่พันธุ์เผยแพร่ไป ส่วนนมออกมาไม่สะอาด ก็ตั้งโรงงานโคนมที่สวนจิตรลดา

whiteเรื่องของพลังงานแสงแดด มีหน่วยงานหน่วยหนึ่งเข้ามาสร้างบ้านใช้พลังงานแสงแดด ซึ่งทรงสนพระราชหฤทัย และอีกอย่างหนึ่งคือเรื่องน้ำมันที่ใช้จากใต้ดินตามแหล่งต่าง ๆ นับวันจะขาดแคลนลง มีพระราชดำริว่าต้องมีแหล่งพลังงานอื่นทดแทน ทรงวิจัยให้นักวิชาการนำพืชหลาย ๆ อย่างมาทำน้ำมันแก๊สโซฮอล์ เช่น พวกน้ำมันแอลกอฮอล์เอามาจากข้าว เพราะคนไทยชาวนาทุกคนรู้จักการทำแอลกฮอล์จากข้าว เอาต้นมันสำปะหลังมาทำน้ำมัน ส่วนน้ำมันดีเซล ทรงใช้ปาล์มน้ำมัน เรียกว่าพลังงานทดแทน รวมทั้งพลังงานจากแสงแดด ในสวนจิตรลดาตอนนี้ก็มีอาคารซึ่งสร้างแล้วใช้หลังคาพลังงานแสงแดด

4-55-4_028

whiteอีกเรื่องที่ทรงไปเยี่ยมก็คงเป็นช้างพระที่นั่ง ซึ่งเมื่อก่อนมีช้างพระที่นั่งในสวนจิตรลดา ตอนหลังทอดพระเนตรเห็นช้างค่อนข้างไม่มีความสุขที่อยู่ในนั้น ต้องเกี่ยวข้าวเกี่ยวหญ้าจากที่อื่นมา ก็นำช้างกระจายให้ไปอยู่ตามศูนย์ศึกษาการพัฒนา

whiteทรงสนพระราชหฤทัยในงานวิจัยซึ่งหน่วยงานก็ต้องเตรียมตัวที่จะรับเสด็จ เชื่อว่าคงจะเสด็จฯ ไปดู ไปทรงงานบางแห่ง ถ้าพระสุขพลานามัยดีก็ต้องเสด็จฯ ไปที่เขาชะงุ้ม เป็นจุดหนึ่งที่จะเสด็จฯ ไปทรงทอดพระเนตรโครงการก่อนประชวร

whiteผู้ดำเนินรายการ : เชื่อว่าชาวบ้านที่เขาชะงุ้มเอง ก็คงรอที่จะได้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ อยากเรียนถามประเด็นว่าทุกวันทรงงานอย่างไม่มีวันหยุดอย่างไร คิดว่าเรื่องต่าง ๆ ที่คนไทยคิดดี ทำดี ทำโครงการต่าง ๆ ตามรอยเบื้องพระยุคลบาทถึงพระเนตรพระกรรณไหม

4-55-4_029

whiteเลขาธิการ กปร. : อย่างที่ ฯพณฯ องคมนตรี เรียนว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยและทรงติดตาม ถ้ามีโอกาสก็เสด็จฯ ไปในโครงการต่าง ๆ แล้วก็เตรียมการไว้หลาย ๆ โครงการ ในช่วง ๒ ปีที่ผ่านมา มีเรื่องที่ราษฎรทั้งประเทศประสบปัญหาความเดือดร้อน ความทุกข์ยากเขาก็จะนำหนังสือทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาไปทางสำนักราชเลขาธิการ ไปทางสำนักพระราชวัง ทางสำนักราชเลขาธิการก็จะดูว่าเป็นเรื่องใด ก็มีปัญหาหลากหลาย แต่ส่วนที่เกี่ยวกับสำนักงาน กปร. ทางสำนักราชเลขาธิการก็จะดูว่าถ้าเป็นโครงการที่เป็นโครงการส่วนรวม ที่เป็นโครงการใหญ่ ๆ ตัวอย่างเช่น ปัญหาเรื่องน้ำ เรื่องป่าไม้ เรื่องอาชีพ ต่าง ๆ ก็จะส่งมาที่สำนักงาน กปร. ทางสำนักงาน กปร. ก็จะส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ ไปดูว่าสิ่งที่พี่น้องประชาชนเสนอแก้ไขมานั้นเป็นปัญหาจริงไหม แล้วก็ไปตรวจสอบดู แล้วจะมีหนทางการแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างไร ไปปรึกษาประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่องน้ำก็ประสานกรมชลประทาน เรื่องป่าไม้ก็ประสานกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เรื่องอาชีพ ก็ประสานกรมประมงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วเราก็จะประมวลเรื่องกราบบังคมทูลว่าสิ่งที่ราษฎรบอกว่าเป็นปัญหานี้มีปัญหาอะไรบ้าง แล้วจะมีแนวทางแก้ไขอย่างไรบ้าง

whiteถ้าเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์กับส่วนรวม ทำแล้วเกิดประโยชน์ก็กราบบังคมทูล ก็จะทรงรับเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จากข้อมูลที่เรามีของปีที่ผ่านมานี้อย่างน้อยเฉพาะที่เป็นปัญหาเรื่องน้ำ เรื่องป่า ส่งมาที่สำนักงาน กปร. มีประมาณ ๑๕๐ เรื่อง ใน ๑๕๐ เรื่อง หาข้อมูลแล้วกราบบังคมทูลทรงรับเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริอีก ๕๐ เรื่อง เพราะฉะนั้นโครงการมีใหม่ ๆ เป็นโครงการที่แก้ไขให้ประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง เพราะปัญหาที่เขาสะท้อนมา ที่เขาเสนอมาจริง และเราก็ประสานงานให้หน่วยงานต่าง ๆ ช่วยกันไปดูแลและไปตรวจสอบ

whiteแต่ก็มีหลายโครงการที่มีปัญหา เช่น ไปกระทบกับราษฎรที่ไม่ยอมเสียที่ดิน ส่วนใหญ่ที่กราบบังคมทูลจะเป็นเรื่องน้ำ เพราะชาวบ้านหลาย ๆ พื้นที่ ยกตัวอย่างได้เลย ชาวบ้านที่ทำการเกษตรในพื้นที่ที่ไม่มีน้ำ กับพื้นที่ที่มีน้ำ อย่างน้อยจะมีผลผลิตและรายได้มากกว่าเท่าตัว เช่น เขาทำนาถ้าไม่มีน้ำ เจอแล้ง เจอน้ำท่วม แต่ถ้ามีน้ำอยู่ในระบบชลประทานอย่างดีแล้ว ฤดูฝนก็ทำให้ผลผลิตดีขึ้น ในขณะเดียวกันทำนาได้ปีละ ๒ ครั้ง และใช้น้ำในการเลี้ยงปลา ปลูกผัก ประมวลออกมารายได้อย่างน้อยมากกว่าเท่าตัว ฉะนั้นชาวบ้านบอกให้เขามีน้ำแล้วเขาก็จะสามารถพัฒนาตัวเองได้ต่อไป

4-55-4_030

whiteผู้ดำเนินรายการ : ปีนี้ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๕ พรรษา มีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ๔,๑๐๐ โครงการ ทรงรับอีก ๕๐ โครงการ ในพระชนมพรรษา ๘๕ พรรษา ท่านองคมนตรีคิดว่าคนไทยควรจะช่วยแบ่งเบาอย่างไร

whiteฯพณฯ องคมนตรี : เป็นหน้าที่ของเราทุกคน แต่ทั้งนี้ก็ต้องเป็นน้อง ๆ หรือลูกหลานรุ่นหลัง ๆ ด้วย ที่จะต้องเริ่มทำงานเหล่านี้ต่อไป เพราะว่ารุ่นใหญ่ ๆ อายุมาก องคมนตรีมีทั้งหมด ๑๘ ท่าน เราเองก็อยากจะทำงานให้มากแทนพระองค์ แต่บางครั้งสุขภาพอนามัยหลายคนก็คงถดถอยลง ก็คงเป็นเรื่องของพี่น้อง หรือน้อง ๆ รุ่นหลังต้องช่วยกัน

whiteเมื่อสักครู่ท่านเลขาธิการ กปร. ได้เล่าเรื่องน้ำ แต่ขอพูดเรื่องต้นไม้สักนิดหนึ่ง ได้ไปจังหวัดกำแพงเพชร ไปดูป่าสวนยางนาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีเนื้อที่หลายร้อยไร่ ขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ยางนาเป็นต้นไม้ชนิดหนึ่งที่ทรงปลูกในสวนจิตรลดา เมื่อวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๐๔ ซึ่งวันนั้นเป็นวันสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงมีพระชนมายุ ๙ พรรษา เดิมเมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์ใหม่ ๆ ไปประทับในฤดูร้อนที่วังไกลกังวล หัวหิน เส้นทางสมัยนั้นต้องไปโดยรถยนต์ ผ่านอำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ถ้าวิ่งจากกรุงเทพฯ ไปจะร้อน พอเข้าเขตอำเภอท่ายางอุณหภูมิลดลง อากาศจะเย็น ต้นไม้สองข้างทางสูงใหญ่ ก็สนพระราชหฤทัยที่จะเก็บสวนยางตรงนี้ไว้ แต่ว่าตอนนั้นก็ไม่อยากไปรบกวนชาวบ้านเขาเป็นเจ้าของแถวนั้นที่จะต้องขยับขยายทรงให้ทางราชองครักษ์ มหาดเล็ก เก็บเมล็ดพันธุ์ยางมาเพาะที่สวนจิตรลดา แล้วนำมาปลูกในสวนจิตรลดา ๑,๐๐๐ กว่าต้น สวนจิตรลดาตอนนั้น ก็เป็นลักษณะเหมือนนา คือไม่มีต้นไม้ ต้นไม้น้อยมาก จนกระทั่งปัจจุบัน เมื่อวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๐๔ ยางนาแปลงนี้อายุได้ ๕๑ ปี ซึ่งตรงกับพระชนมายุของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ๖๐ พรรษาพอดี สวนยางตอนนี้ก็เป็นป่ายางแห่งเดียวในกรุงเทพฯ ที่ยังมีอยู่ในสวนจิตรลดา ทรงปลูกเพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าแม้แต่พระมหากษัตริย์ที่อยู่ในกรุงเทพฯ อยู่ในเมืองก็ทรงจะปลูกต้นไม้ หลังจากนั้นทุกปีจะโปรดเกล้าฯ ให้นิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เข้าไปดูแลดูต้นไม้แล้วก็ปลูกต้นไม้เพิ่มขึ้น ในสวนจิตรลดาเวลานี้ไม่ได้มีแต่ยางนา แต่มีต้นไม้ทุกชนิดมีทั้งมะม่วง ไม้แปลกต่าง ๆ เต็มไปหมด เพื่อให้เห็นว่าอย่างน้อยเป็นคนไทยถ้ามีที่ดินก็น่าจะปลูกต้นไม้ เราก็ถือว่าต้นไม้สวนยางเป็นไม้หลักของคนไทยอย่างหนึ่ง

whiteผู้ดำเนินรายการ : แม้กระทั่งพระเจ้าแผ่นดินเห็นอะไร เสด็จฯ ไปไหน เห็นต้นไม้อะไรต่าง ๆ ก็ไม่ทรงละเลยแม้ต้นเดียว ยังสามารถมาคิดขยายพันธุ์ปลูกอะไรต่าง ๆ อยากจะบอกคนรุ่นหลังถึงพระราชกรณียกิจในด้านนี้อย่างไรบ้าง

whiteฯพณฯ องคมนตรี : เราต้องสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงงานมาตลอดมาเป็นเวลากว่า ๖๖ ปี นับวันก็ ๒๔,๐๐๐ กว่าวันที่ทรงงานมา อย่างที่ทราบกันว่าทรงงานทุกวันแม้จะทรงประชวรก็ยังทรงงาน คิดงานต่าง ๆ อยู่ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ยังพระราชทานให้มูลนิธิชัยพัฒนาตั้งมูลนิธิอุทกพัฒน์ให้ดำเนินการเรื่องน้ำต่าง ๆ ทรงงานตลอดเวลา ซึ่งพวกเราซึ่งเป็นบุคคลประชาชนรุ่นหลัง ก็ต้องพยายามตามรอยอย่างน้อยเท่าที่เราสามารถปฏิบัติได้ ผมคิดว่าเพื่อสำนึกพระมหากรุณาธิคุณที่ได้ทรงงานมาไม่ได้นึกถึงความเหนื่อยยาก

4-55-4_036

whiteผู้ดำเนินรายการ : มูลนิธิอุทกพัฒน์ ที่ได้พระราชทานทุนทรัพย์ ๘๔ ล้านบาท ไปศึกษาบริหารจัดการน้ำ ทำอะไรบ้าง ประชาชนจะได้อะไรจากโครงการนี้

whiteฯพณฯ องคมนตรี : เป็นโครงการหนึ่งซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นนายกกิตติมศักดิ์ของมูลนิธิชัยพัฒนา และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ก็ทรงเป็นประธานอยู่ ทรงตั้งมูลนิธินี้อยู่ภายในมูลนิธิชัยพัฒนา ทำงานเกี่ยวกับน้ำต่าง ๆ แต่ว่าช่วงนี้พยายามพัฒนาแหล่งน้ำของประชาชน โดยมากจะเป็นการปรับอาชีพของประชาชน คือไม่ได้ไปสร้างเขื่อนแบบสมัยก่อนแต่อย่างภาคอีสาน ซึ่งมีน้ำทำอย่างไรให้น้ำเกิดประโยชน์แก่อาชีพของ

whiteผู้ดำเนินรายการ : ถึงช่วงสุดท้ายของการเสวนาท่านเลขาธิการอยากจะให้ผู้ที่เข้าร่วมรับฟังในหอรัชมงคลแห่งนี้ รวมถึงท่านผู้ชมที่อยู่ทางบ้านนึกถึงอะไรมากเป็นพิเศษ อยากให้นำเรื่องอะไรไปประยุกต์ใช้จากแนวทางที่พระราชทานให้

whiteเลขาธิการ กปร. : มีหลายเรื่อง แต่เรื่องหนึ่งที่ต่อเนื่องจากท่านองคมนตรี ก็คือป่าไม้ ณ วันนี้ผมติดตามข้อมูลทั้งหมดแล้วว่าจากปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้น อันหนึ่งที่เป็นปัจจัยที่สำคัญมาก ก็คือเราตัดไม้ทำลายป่ากันมากมาย ผมไปถามว่า ๑๐๐ กว่าปีที่แล้ว ประเทศไทยมีป่าไม้สักเท่าไหร่ เขาก็บอกว่ามีประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ ปัจจุบันผ่านไป ๑๐๐ กว่าปี เหลือ ๓๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ หายไปมากเห็นได้ชัดเจนว่าเราได้ทำลายป่าไม้ เพราะฉะนั้นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเรื่องป่าไม้ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพยายามสร้างป่าในพื้นที่ต้นน้ำก็คือภาคเหนือ ไม่ว่าจะเป็นเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน มีโครงการพัฒนาต้นน้ำ พัฒนาป่าไม้ คือการที่จะหาที่เก็บน้ำ จากแนวพระราชดำริที่ว่าที่เก็บน้ำที่ดีที่สุดคือป่าไม้ เพราะป่ามีพื้นที่เป็นล้าน ๆ ไร่ แล้วเวลาที่เก็บ เก็บโดยธรรมชาติ คืออุ้มน้ำแล้วค่อย ๆ คายน้ำลงมา

whiteเรื่องหนึ่งที่ผมคิดว่าสำคัญมากก็คือทุกคน ทุกที่ ใครที่อยู่ในเมือง อยู่กรุงเทพฯ เราไม่เกี่ยวข้อง ถ้าเราไม่ช่วยกันดูแลรักษาป่าแล้ว รับรองว่าฝนที่ตกลงมาก็มาท่วม มาทำลายพื้นที่เกษตร ไร่นา บ้านเรือน แต่ถ้าย้อนกลับไปดูองค์ความรู้ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ เรื่องป่าไม้ก็เป็นเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งที่เราจะช่วยกันรักษาแล้วสร้างป่าให้มากขึ้น

whiteการตัดไม้ทำลายป่าเพียงหนึ่งไร่ มันจะก่อให้เกิดตะกอนดิน ตะกอนต่าง ๆ ที่มันพังทลายลงมาประมาณ ๔ ตัน ถามว่าดินที่มันพังทลายลงมาไปไหน แน่นอนมันต้องลงจากป่ามาที่ลำธาร แล้วก็ไปที่แม่น้ำ ก็ทำให้แม่น้ำตื้นเขิน พอแม่น้ำตื้นเขินเกิดฝนตกลงมาก็ท่วม เพราะฉะนั้นต้องกลับไปดูป่าไม้ ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ และคิดว่าเยาวชนคนรุ่นหลังต้องออกมาสนับสนุนช่วยเหลือ และสร้างจิตสำนึกให้เห็นว่าป่าเป็นสิ่งที่ช่วยให้เราแก้ไขปัญหาอื่น ๆ ได้ตามมาอีกมากมาย

whiteผู้ดำเนินรายการ : เรื่องของแนวพระราชดำริ ในการแก้ไขปัญหาน้ำ ซึ่งว่ากันตั้งแต่ป่าต้นน้ำแล้ว ก็ไล่มาจนถึงปลายน้ำ ท่านเลขาธิการ กปร. อยากจะให้เยาวชนที่ได้ดูรายการผ่านทางช่อง ๑๑ ได้เห็นด้วยว่าการแก้ปัญหาไม่ใช่จุดใดจุดหนึ่ง เพราะปัญหาไม่ได้เกิดขึ้นจากจุดใดจุดหนึ่งเพียงลำพัง แต่มันเชื่อมโยงไปถึงชีวิตของพวกเราทุกคน

4-55-4_032

whiteเลขาธิการ กปร. : การบริหารจัดการน้ำตามแนวพระราชดำริ ซึ่งพยายามสรุปมาจากโครงการต่าง ๆ ๒,๙๐๐ โครงการ เราสรุปมาได้ ๑๓ เรื่อง จะมองเห็นว่าเป็นการบริหารจัดการตั้งแต่ต้นน้ำจนมาถึงปลายน้ำ หรือลงสู่ทะเล ต้นน้ำขั้นแรก ท่านองคมนตรีก็เล่าให้ฟังแล้วก็คือความแห้งแล้งที่เกิดขึ้นก็ทำเรื่องฝนหลวง ความแห้งแล้งไม่มีน้ำก็พระราชดำริหาน้ำเพื่อให้ฝนตกลงมา ปัจจุบันฝนหลวงสามารถออกปฏิบัติการได้ทั่วประเทศ ทั้งการเกษตรและป่าไม้ เป็นกว่า ๑๐๐ ล้านไร่ พอหน้าฝนในประเทศไทยฝนตกมากปีหนึ่งรวมแล้วมากกว่า ๗๐๐,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ประเทศไทยมีอ่าง มีเขื่อนเก็บไว้ประมาณไม่เกิน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แต่อีก ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ไหลไปเรื่อย ๆ แล้วก็ไหลลงทะเล

whiteต่อมาเรื่องป่าไม้ต้องปลูกป่ามาก ๆ โดยเฉพาะภาคเหนือเป็นต้นน้ำ สร้างป่าเพื่อเก็บน้ำไว้ จากป่าลงมาก็มีเรื่องหญ้าแฝก หญ้าแฝกจะช่วยเรื่องการชะลอน้ำให้เกิดการอุ้มน้ำได้มากขึ้น น้ำก็ค่อย ๆ ไหลลงมา จากหญ้าแฝกก็ลงมาที่อ่างเก็บน้ำลงมาเชิงเขา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพยายามสร้างอ่างเก็บน้ำที่เรียกว่าอ่างพวง ให้เห็นเลยว่าเชิงเขาต่าง ๆ ประเทศไทยเมืองทุกเมืองส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่ราบก็จะมีเขาอยู่รอบ ๆ น้ำตกมาจากเขาก็มาท่วมเมือง

4-55-4_038

whiteถ้าเราเก็บน้ำตามเชิงเขาเป็นอ่างเก็บน้ำทยอยไปขนาดเล็ก ขนาดกลาง จะช่วยได้มากชะลอน้ำไว้แล้วเอาน้ำไว้ใช้ในการเกษตร จากน้ำลงมาแม่น้ำใหญ่ ๆ ถึงจะลงมาเป็นเขื่อน เขื่อนอยู่ในพื้นที่ที่อยู่ในแม่น้ำใหญ่ ๆ ซึ่งทุกอย่างที่ทำจะเน้นภูมิประเทศที่เหมาะสม และภูมิสังคมที่ประชาชนต้องการ ทั้งสองจุดนี้ก็จะเชื่อมโยงกันไป แล้วก็มาเรื่องของแก้มลิง จะทำอย่างไรที่จะช่วยระบายน้ำในช่วงที่น้ำมาก ๆ มาเก็บไว้ พอช่วงน้ำน้อยก็เอามาใช้ประโยชน์ มีแก้มลิง คันกันน้ำ ฟลัดเวย์ หรือทางน้ำผ่านมา ลงมาถึงที่เราสามารถนำมาใช้ประโยชน์ของน้ำเต็มไปหมด

whiteพอน้ำเสียก็ทรงหาวิธีการแก้ไขน้ำเสีย บำบัดน้ำเสีย ไม่ว่าจะเป็นกังหันน้ำชัยพัฒนา หรือโครงการแหลมผักเบี้ย เป็นต้น ว่าน้ำที่จะลงทะเลต้องบำบัดให้ดีก่อน ใช้ทั้งพักน้ำ ใช้ทั้งป่าชายเลนต่าง ๆ สุดท้ายก่อนไปป่าชายเลนต้องฟื้นฟูให้ดี ป่าชายเลนเป็นป่าที่สามารถบรรเทาคลื่นสึนามิได้ แทนที่จะปะทะบ้านเรือนประชาชนเลย ถ้าสร้างป่าชายเลนให้แน่นหนาก็จะบรรเทา แล้วทำให้คลื่นที่ขึ้นมาลดแรงกระทบลงก็ช่วยได้ ถ้าเรามองตั้งแต่ต้นน้ำก็คือจากป่าข้างบนจนถึงป่าชายเลนแล้ว ก็จัดการทั้ง ๑๓ กิจกรรม ผมเชื่อว่าเราจะสามารถอยู่กับน้ำได้อย่างปลอดภัย แล้วก็ใช้ประโยชน์จากน้ำได้อย่างยั่งยืนต่อไป

whiteผู้ดำเนินรายการ : การนำเสนอแบบจำลองนี้หรือผังนี้ทุกคนเห็นประโยชน์ร่วมกัน ถ้าช่วยกันตีโจทย์ให้แตก แต่ไม่ได้หมายความว่าใครคนใดคนหนึ่งต้องรับหน้าที่เพียงลำพังในการตีโจทย์ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ เอกชน หรือว่าชุมชน ท้องถิ่นต่าง ๆ ถ้าทั้งประเทศเห็นภาพนี้ด้วยกัน แล้วเราอยู่ส่วนไหนของผังนี้ ก็ช่วยกันคนละไม้คนละมือตามภูมิสังคมของตัวเอง ในการแก้ปัญหาน้ำทั้งระบบก็จะเกิดขึ้น ประสบความสำเร็จได้จริง แต่พอเรามีปัญหาจุดหนึ่งก็พุ่งไปแก้ปัญหาเป็นจุด ๆ ไป แต่ลืมภาพรวมตรงนี้ ก็เลยอยากจะให้ทุกท่านทั้งที่อยู่ในที่นี้และท่านผู้ชมที่อยู่ทางบ้านนำภาพนี้ที่ทาง กปร. สรุปเอาแนวพระราชดำริการแก้ปัญหาน้ำทั้งระบบไปช่วยกันกระจาย และช่วยกันคนละไม้คนละมือ เวลาพอสมควรในการเสวนาขอให้ทราบวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิทั้งสองท่านได้กล่าวทิ้งท้าย

whiteฯพณฯ องคมนตรี : ทรงงานมาทั้งหมดที่เกี่ยวกับสภาพสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของพวกเราคนไทย ก็จะมีน้ำ ป่า ดิน ถ้าไม่มีดินก็ไม่มีทั้งสองอย่าง ก็อยากจะประชาสัมพันธ์ให้เกี่ยวกับเรื่องของดิน สมาคมเกี่ยวกับดินนานาชาติได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระราชสมญาผู้ที่ทรงงานในด้านดินของโลก ถ้าพวกเราเน้นแต่เรื่องป่า เรื่องน้ำ ถ้าไม่มีดินเราก็ไม่มีที่อยู่เหมือนกัน

whiteเลขาธิการ กปร. : ถ้าเราได้ศึกษา ได้เห็นว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงงานตลอด ๖๐ กว่าปีที่ผ่านมาว่าได้ทรงงานมาอย่างต่อเนื่อง และเสด็จพระราชดำเนินไปหลาย ๆ ครั้ง เข้าไปเพื่อจะรู้ปัญหาอย่างแท้จริง เมื่อรู้แล้วก็ทรงหาวิธีในการแก้ปัญหาเหล่านั้นซึ่งมากมายอย่างที่เล่าให้ฟังส่วนหนึ่ง พอแก้ไขปัญหาแล้วสุดท้ายประโยชน์ทั้งหลายก็เป็นประโยชน์สุขของประชาชน ดังพระราชดำรัสว่าเพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม ถ้าชาวสยามหรือคนไทยทุกคนได้ศึกษา ได้เห็น ได้เรียนรู้ ผมมั่นใจได้ว่าประเทศไทยจะเจริญก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องตลอดไป

4-55-4_008

whiteผู้ดำเนินรายการ : และทั้งหมดนี้คือความอิ่มเอมใจที่ได้รับฟังจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิทั้งสองท่าน ฯพณฯ อำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี และท่านสุวัฒน์ เทพอารักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๕ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๕ เวทีเสวนานี้ในงาน “พรรณไม้งามอร่ามสวนหลวง ร.๙” จึงเป็นจังหวะเวลาที่สวยงามและเหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง คงจะได้รับรู้ถึงความห่วงใยพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นพ้นที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทยมาตลอด ๖๖ ปีแห่งการครองราชสมบัติ ซึ่งนับเป็นการทรงงานที่ไม่มีวันหยุดเพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยามอย่างแท้จริง

Print