บรรณาธิการ

วารสารอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ปีที่ ๑๐ ฉบับที่ ๔ ตุลาคม – ธันวาคม ๒๕๕๕

4-55-1_002

“…คำอวยพรและคำปฏิญาณสัญญา ที่ทุกท่านได้กล่าวนั้น เป็นที่ประทับใจมาก ขอขอบพระทัยและขอบใจท่านทั้งหลาย ตลอดจนประชาชนชาวไทยทุกคน ที่พรั่งพร้อมกันมาด้วยความปรารถนาดีและไมตรีจิต

whiteความปรารถนาดีและความพร้อมเพรียงกันของทุกท่าน อย่างที่ได้เห็นในวันนี้ ทำให้ข้าพเจ้าปลื้มใจ มีกำลังใจมากขึ้น ด้วยมีความเชื่อเสมอมาว่า ความเมตตาปรารถนาดีต่อกันนี้ เป็นปัจจัยอย่างสำคัญ ที่จะยังความพร้อมเพรียงให้เกิดมีขึ้น ทั้งในหมู่คณะ และในชาติบ้านเมือง และถ้าคนไทยเรายังมีคุณธรรมข้อนี้ประจำอยู่ในจิตใจ ก็มีความหวังได้ว่า บ้านเมืองไทย ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดๆ ก็จะอยู่รอดปลอดภัย และดำรงมั่นคงต่อไปได้ตลอดรอดฝั่งอย่างแน่นอน

whiteขออำนาจแห่งคุณพระรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จงคุ้มครองรักษาท่าน และชาติไทยให้มีแต่ความผาสุก ร่มเย็นยั่งยืนไป…”

 

พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม วันพุธที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๕

     

whiteพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยโครงการพัฒนาต่าง ๆ ที่ได้พระราชทานเพื่อช่วยเหลือราษฎร ให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ดังพระราชดำรัสเมื่อวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๓๒ ตอนหนึ่งความว่า

“…โครงการชลประทานต่าง ๆ ที่ได้ดำเนินการก่อสร้างเสร็จแล้ว ควรจัดการให้ราษฎรมีการใช้นํ้าอย่างถูกวิธี และเกิดประโยชน์สูงสุด โดยเน้นให้หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมมือกันดำเนินการ…”

whiteแสดงให้เห็นว่าทรงติดตามและให้ความสำคัญกับการใช้ประโยชน์จากโครงการต่าง ๆ ซึ่งราษฎรจำเป็นต้องได้รับการส่งเสริมจากหน่วยงานด้วย จึงจะสามารถได้รับประโยชน์สูงสุดจากโครงการนั้น ๆ

whiteปัจจัยสำคัญคือ องค์ความรู้ในการใช้ประโยชน์เพื่อให้ได้รับผลของการพัฒนาอย่างเต็มที่นั้น ก็สามารถมาศึกษาเรียนรู้ได้จากศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริในภูมิภาคต่าง ๆ ที่เปรียบเสมือนแหล่งเรียนรู้พระราชทาน เป็นโรงเรียนของเกษตรกรหรือผู้สนใจเข้ามาศึกษาดูงาน ฝึกอบรมความรู้ที่เป็นผลสำเร็จของศูนย์ฯ ที่เผยแพร่ขยายผลอย่างกว้างขวางแล้วกว่า ๘๓ เรื่อง เลือกสรรมาจากงานศึกษาทดลองวิจัยกว่า ๑,๑๕๔ เรื่อง โดยไม่ต้องไปลองผิดลองถูกให้สิ้นเปลืองเสียเวลา

whiteท่านองคมนตรีจุลนภ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา บอกว่า ศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ เป็นพระราชมรดกที่สร้างองค์ความรู้เพื่อพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ให้ประชาชนอยู่ดีกินดี ที่ฝากไว้ให้แผ่นดินชั่วลูกชั่วหลาน

whiteท่านองคมนตรีพลากร สุวรรณรัฐ เล่าว่า ทรงศึกษาทดลองการฟื้นฟูป่า ทรัพยากรธรรมชาติ และการพัฒนาความเป็นอยู่ด้านต่าง ๆ ทั้งการปลูกข้าว ปลูกพืช เลี้ยงโค พลังงานทดแทน ในสวนจิตรลดาก่อน แล้วจึงมีพระราชดำริจัดตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริขึ้นในภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อเป็นสถานีกระจายถ่ายทอดความรู้ไปสู่ประชาชนอย่างเหมาะสม ตามสภาพภูมิประเทศและภูมิสังคม จึงอาจกล่าวได้ว่า โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา คือ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริแห่งแรก

whiteศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั้ง ๖ แห่งทั่วประเทศ จึงเปรียบเสมือนฐานทัพในการต่อสู้กับความอดอยาก ยากจน เพื่อชัยชนะของการพัฒนา

whiteปัจจุบันศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริให้บริการด้านการศึกษาดูงานแก่หน่วยงาน และผู้สนใจทั่วไปกว่า ๑ ล้านคน/ปี ฝึกอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้พัฒนาอาชีพกว่า ๕๐,๐๐๐ คน/ปี มีการปรับปรุงคู่มือองค์ความรู้ หรือ “เมนู” ฝึกอบรมของศูนย์ฯ และจัดพิมพ์แล้ว ๒ แห่ง ส่วนอีก ๔ แห่ง จะทยอยดำเนินการจัดพิมพ์เผยแพร่ตามลำดับต่อไป

whiteสำหรับสารคดี “ประโยชน์สุขของแผ่นดิน” ได้จัดทำเป็นตอนสั้น ๆ ๒ – ๓ นาที ในลักษณะสารคดีองค์ความรู้จากโครงการต่าง ๆ โดยจะได้เผยแพร่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ ในเบื้องต้นได้มีการหารือกับทางช่อง ๙ อสมท และไทยพีบีเอส เกี่ยวกับเรื่องนี้ และการร่วมกันจัดทำสารคดีโทรทัศน์นำผลสำเร็จของประชาชนที่ได้รับประโยชน์จากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริมานำเสนอในรูปแบบที่น่าสนใจ

whiteโปรดติดตามรายละเอียดต่อไป…

กองบรรณาธิการ

Print