ประโยชน์สุขสู่ปวงประชา : บวร จุดเริ่มแห่งโครงการพัฒนาพื้นที่รอบวัดญาณสังวรารามฯ

4-58-5_001

โครงการพัฒนาพื้นที่รอบวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหารอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำริ

“ให้พิจารณาดำเนินการฟื้นฟูและพัฒนาที่ดินบริเวณติดต่อกับวัดญาณสังวรารามฯ เพื่อเป็นแหล่งพัฒนาการเกษตรและป่าไม้ ซึ่งประกอบด้วย การจัดทำแหล่งนํ้า และสร้างวนอุทยานเพื่อการรักษาป่าไม้ สัตว์ป่า และราษฎรในพื้นที่สามารถประกอบอาชีพการเกษตรได้ดีขึ้น”

ตัวอย่างหลักคือ “การให้พิจารณาก่อสร้างอ่างเก็บนํ้าบริเวณคลองบ้านอำเภอ เขตอำเภอบางละมุง และอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เพื่อใช้ประโยชน์ในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมของราษฎรในพื้นที่ และสนับสนุนกิจกรรมทางศาสนาของวัดญาณสังวรารามฯ พร้อมทั้งส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ในพื้นที่บริเวณโครงการให้เป็นวนอุทยานรักษาป่าและสัตว์ป่า” โดยมีศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหารอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นหน่วยงานหลักประสานการดำเนินงาน และหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ กรมพัฒนาที่ดิน สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย กรมชลประทาน กรมวิชาการเกษตร กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ฯลฯ เป็นหน่วยงานร่วมดำเนินงาน มีการบริหารจัดการลักษณะคล้ายกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ แต่เน้นด้านการศึกษาและการฝึกอบรม โดยมี วัด บ้าน และราชการ เป็นกลไกในการประสานการพัฒนา หรือที่เรียกว่า บวร

4-58-5_003_2

นับเนื่องจากที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปยังวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร เมื่อวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๒๕ และได้มีพระราชดำริ ใหหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่รอบวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร

เมื่อวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๒๕ ได้มีพระราชดำริ

“ให้พิจารณาสร้างอ่างเก็บนํ้าบริเวณคลองบ้านอำเภอ เพื่อประโยชน์ในการกสิกรรมของราษฎรในพื้นที่และสนับสนุนกิจกรรมทางศาสนาของวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร พร้อมทั้งส่งเสริมด้านอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในบริเวณพื้นที่โครงการให้เป็นวนอุทยานรักษาป่าและสัตว์ป่า”

เมื่อวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๒๘ ได้มีพระราชดำริ สรุปความว่า

“…อยากให้วัดมีบทบาทแบบดั้งเดิม เป็นศูนย์รวมศรัทธาของชุมชนให้ชาวบ้านมาพึ่งได้… โครงการวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหารควรมีโรงพยาบาลและโรงเรียน หากไม่จัดตั้งโรงเรียนก็ควรตั้งเป็นศูนย์เยาวชนเกษตรแทน โดยเอาลูกศิษย์วัดมาฝึกอบรม หาวิชาความรู้เพื่อต่อไปจะได้นำไปประกอบอาชีพและในเวลาว่างก็มาปรนนิบัติพระ ซึ่งจะทำให้ได้รับการอบรมด้านศีลธรรมควบคู่ไปด้วย…เมื่อมีการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก (Eastern Seaboard) แล้ว ความเจริญ

ทางด้านวัตถุจะเข้ามามาก วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหารจะเป็นแหล่งสร้างความเจริญทางด้านจิตใจ มิให้เสื่อมโทรมไปด้วย…ให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ร่วมกันจัดทำแผนงานฝึกอบรมเยาวชนเกษตร ในพื้นที่วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร ในขั้นต้นให้จัดหาเยาวชนเข้ารับการฝึกอบรมซึ่งควรจะเป็นลูกศิษย์วัด…”

โดยตั้งแต่ปี ๒๕๒๕ ที่ผ่านมา เป็นระยะเวลากว่า ๓๐ ปี สำนักงาน กปร. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันสนองพระราชดำริ ในการดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่รอบวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหารอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มาอย่างต่อเนื่อง และมีความตระหนักถึงความสำคัญของโครงการฯ ดังนั้น จึงได้มีการประเมินผล เพื่อเป็นโอกาสในการประมวลพระราชดำริ และความสอดคล้องของพระราชดำริกับการดำเนินงานโครงการฯ ตามแผนงาน/กิจกรรมหลักต่าง ๆ ประกอบด้วย ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านการส่งเสริมอาชีพเกษตร ด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยของประชาชน และด้านการพัฒนาสังคมและการท่องเที่ยว นอกจากนี้ เพื่อให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงของการใช้ประโยชน์และการพัฒนาพื้นที่ รวมถึงปัญหา/อุปสรรค และแนวทางสำหรับปรับปรุงการดำเนินงานให้เหมาะสมยิ่งขึ้นต่อไป

สำนักงาน กปร. ได้รับความร่วมมือจาก วิทยาลัยพาณิชยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ในการดำเนินงานประเมินผลโครงการฯ ซึ่งศึกษารวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล โดยแบ่งเป็น ๔ ด้าน ที่แสดงถึงการดำเนินงานโครงการว่าเป็นไปตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้

 

. ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

.๑) เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาชีโอน พบว่า ทำให้ระบบนิเวศในพื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น สัตว์ป่าและความหลากหลายของพืชพันธุ์และสัตว์มีปริมาณเพิ่มขึ้น และการล่าสัตว์ป่าลดน้อยลง ประชาชนให้ความร่วมมือในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ป่าที่หายากและใกล้สูญพันธุ์ สนับสนุนการป้องกันปราบปรามเกี่ยวกับการลักลอบค้าสัตว์ป่า รณรงค์และสนับสนุนการปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติ โดยให้มีการขยายพันธุ์ตามธรรมชาติมากขึ้น ซึ่งสัตว์ที่นิยมปล่อยคืนสู่พื้นที่ป่า ได้แก่ สัตว์ในวงศ์กวาง ไก่ฟ้า ชะมด ลิงลม เม่น นก ฯลฯ สามารถคืนความชุ่มชื้น ฟื้นฟูสภาพป่าและเป็นแหล่งอาหารแก่สัตว์ได้ โดยการจัดทำโป่งเทียม จัดการทุ่งหญ้า สร้างรั้วตาข่าย จัดทำแนวกันไฟ ก่อสร้างอ่างเก็บนํ้า และฝายชะลอความชุ่มชื้น นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ให้ความรู้แก่ผู้ที่สนใจ ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และเมื่อสภาพป่ามีความอุดมสมบูรณ์ ประชาชนในพื้นที่สามารถเข้าไปเก็บหาของป่า อันเป็นการสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัวอีกทางหนึ่งซึ่งทำให้คุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น

4-58-5_004

.๒) สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าบางละมุง ตั้งแต่ปี ๒๕๓๗ ได้ดำเนินการเลี้ยงหมี ลิง และชะนี และในปี ๒๕๓๘ เริ่มรับหมี ซึ่งเป็นสัตว์ป่าของกลาง และสัตว์ป่าที่ได้รับมอบจากประชาชนมาดูแลและเลี้ยงดู ๖๐ ตัว ปัจจุบันมีสัตว์ป่าในความดูแลทั้งสิ้นกว่า ๓๓ ชนิด ๕๖๐ ตัว ได้แก่ สัตว์ป่าพ่อ – แม่พันธุ์ และที่เพาะพันธุ์ได้ ๓๐๘ ตัว เช่น ไก่ฟ้า เนื้อทราย ละอง ละมั่ง เป็นต้น สำหรับสัตว์ป่าที่ได้รับมอบ ๒๕๒ ตัว เช่น นก ลิง ชะนี หมีหมา และหมีควาย เป็นต้น ถือเป็นศูนย์รวมหมีของกลางที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ โดยปัจจุบันมีหมี ๑๑๐ ตัว แบ่งประเภทหมีเป็น ๒ กลุ่ม คือ หมีหมา ๒๙ ตัวและหมีควาย ๘๑ ตัว จากผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ทำให้สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าบางละมุงเป็นแหล่งอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าเพื่อสร้างสมดุลให้ธรรมชาติ ประชาชนเห็นคุณค่าความสำคัญจากสิ่งมีชีวิตที่ควรดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติช่วยให้คุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น

4-58-5_008_2

.๓) โครงการป่าสิริเจริญวรรษอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ดำเนินการอนุรักษ์ดินและนํ้า ซึ่งเป็นที่อาศัยของสัตว์ป่า และฟื้นฟูพื้นที่ให้คืนสู่ความอุดมสมบูรณ์ ทำให้ฝนตกตามฤดูกาล และเป็นแหล่งนํ้าให้อ่างเก็บนํ้าต่าง ๆ ได้กักเก็บไว้เพื่อประโยชน์ทางการเกษตรในฤดูแล้ง ทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตดีขึ้นจากการเก็บของป่า ได้แก่ ยอดหวาย หน่อไม้ไผ่ ฯลฯ และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวในเชิงนิเวศที่มีลักษณะเป็นสวนป่า ซึ่งเป็นการจำลองป่าประเภทต่าง ๆ และรวบรวมพันธุ์ไม้แต่ละกลุ่มไว้ในเส้นทางศึกษาธรรมชาติ เช่น ไม้ดอกหอม ไผ่ หวาย กล้วยไทย บัวไทย ตะเคียน ประดู่ ต้นสัก ต้นหว้า ต้นยางนา ไม้แดง เป็นต้น ส่งผลให้สัตว์ป่าเข้ามาอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก ได้แก่ กระรอก เก้ง กวาง ชะมด ส่วนสัตว์ปีกเป็นนกกว่า ๑๐๐ ชนิด

ดำรัส สารบัญ 1-3 UPDADT WIN NEW.indd

 

. ด้านการพัฒนาทรัพยากรดินและแหล่งนํ้า

.๑) โครงการอนุรักษ์ดินและน้ำพื้นที่วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหารอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พบว่า สภาพดินในพื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เพราะมีการรณรงค์ให้เกษตรกรปลูกพืชแบบไร้สารเคมีหรือแบบธรรมชาติ การฝึกอบรมส่งผลดีต่อสุขภาพของเกษตรกรและประชาชนที่บริโภคพืชผักในพื้นที่

4-58-5_011_2

“การให้พิจารณาก่อสร้างอ่างเก็บนํ้าบริเวณคลองบ้านอำเภอ เขตอำเภอ

บางละมุง และอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เพื่อใช้ประโยชน์ในการประกอบ

อาชีพเกษตรกรรมของราษฎรในพื้นที่ และสนับสนุนกิจกรรมทางศาสนา

ของวัดญาณสังวรารามฯ พร้อมทั้งส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

ในพื้นที่บริเวณโครงการให้เป็นวนอุทยานรักษาป่าและสัตว์ป่า”

.๒) โครงการพัฒนาลุ่มนํ้าคลองบ้านอำเภอ ได้ก่อสร้างอ่างเก็บนํ้าในพื้นที่ เพื่อประโยชน์ในการทำเกษตรของประชาชน สนับสนุนกิจกรรมทางศาสนาของวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร รวมทั้งส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่บริเวณโครงการให้เป็นวนอุทยานรักษาป่าและสัตว์ป่า การใช้ประโยชน์แหล่งนํ้าในพื้นที่โครงการฯ แยกเป็น ๓ ประเภท คือ ๑) การฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยเป็นแหล่งนํ้าสำหรับสัตว์ป่าและสร้างความชุ่มชื้นแก่ป่าไม้ มีพื้นที่ได้รับประโยชน์อยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาชีโอน ๔ แห่ง โครงการป่าสิริเจริญวรรษฯ ๓ แห่ง เป็นแหล่งนํ้าเพื่อให้ความชุ่มชื้นแก่ป่าไม้บริเวณรอบเขาดิน ๕ แห่ง ๒) การเกษตรและการอุปโภค-บริโภค ๓ แห่ง ๓) การอุปโภค-บริโภคภายในบริเวณวัดญาณฯ ๖ แห่ง ซึ่งล้วนส่งผลให้คุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น และพื้นที่ป่ามีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น

 

. ด้านการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเกษตร

.๑) ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร ให้ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการแก้ไขสภาพดินเสื่อมโทรม และการอนุรักษ์ดินในพื้นที่แก่ประชาชน โดยจัดกิจกรรมการมีส่วนร่วมปลูกพืชเพื่อป้องกันการชะล้างหน้าดิน และป้องกันดินถล่มในพื้นที่ ส่งเสริมและให้ความรู้ในการลดต้นทุนทางการเกษตรและประโยชน์จากการดำเนินงานโดยใช้วิธีทางธรรมชาติ ส่งผลดีต่อสุขภาพและปราศจากโรคภัย และสามารถสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่ครอบครัว

4-58-5_014_2

4-58-5_012

 

จากที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้มีพระราชดำรัส ความตอนหนึ่งว่า

“การนำพันธุ์ใหม่หรือพันธุ์ต่างประเทศต้องระวังเรื่องโรค ถ้าเกิดโรคแล้วจะเกิดเสียหายมากและขาดทุน การนำพันธุ์ต่างประเทศมาราคาสูงไม่ควรพึ่งพา”

ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหารอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จึงได้มีการทดลอง “วิจัยและพัฒนาเมล็ดพันธุ์เกษตรธรรมชาติ” (Research and development Nature Farming Seed) เพื่อช่วยในการแก้ปัญหาของการเกษตร โดยต่อมาได้รับรางวัล “นวัตกรรม กศน. ดีเด่นประจำปี ๒๕๕๒”

4-58-5_015

การวิจัยและพัฒนาเมล็ดพันธุ์เกษตรธรรมชาติดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาเมล็ดพันธุ์ไว้ให้เกษตรกร ได้มีแหล่งเมล็ดพันธุ์ดีที่จะนำไปปลูกและเก็บเมล็ดพันธุ์ได้เอง นอกจากนี้ ยังมีการอบรมถ่ายทอดความรู้ด้านการผลิตเมล็ดพันธุ์เกษตรธรรมชาติให้แก่เกษตรกรไปแล้วหลายรุ่น บางรายก็สามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ได้เองและบางปีที่เกิดนํ้าท่วม เมล็ดพันธุ์เหล่านี้สามารถนำไปช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยได้ ดังนั้น หากมีการรณรงค์ให้เกษตรกรหันมาสนใจเรื่องเมล็ดพันธุ์เกษตรธรรมชาติมากขึ้น จะทำให้การผลิตและพึ่งตนเองตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงเกิดความยั่งยืนได้ในอนาคต

.๒) กรมวิชาการเกษตร โดย ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรระยอง เพิ่มศักยภาพในการพัฒนาการประกอบอาชีพเกษตรกรรม และเป็นแหล่งผลิตพันธุ์และกระจายพันธุ์พืชพันธุ์ดีไปสู่เกษตรกรในบริเวณใกล้เคียง เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพที่สูงขึ้นต่อไป

 

. ด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยของประชาชน

.๑) โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ ให้บริการด้านสุขภาพแก่ประชาชนในพื้นที่ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ได้รับการดูแลรักษาด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูผู้สูงอายุ การให้ความรู้และคำปรึกษาทางโภชนาการแก่ผู้สูงอายุในพื้นที่ ซึ่งสะดวกในการเดินทาง และมีอัตราค่าบริการที่เหมาะสม

.๒) โรงพยาบาลวัดญาณสังวราราม เป็นสถานพยาบาลที่อยู่ใกล้แหล่งชุมชน ซึ่งเอื้อประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่ ในการเดินทางเข้ามาใช้บริการได้อย่างสะดวกรวดเร็ว มีการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกัน รักษาโรคและฟื้นฟูสุขภาพตามมาตรฐาน ทำให้สุขภาพของประชาชนในพื้นที่มีความแข็งแรงและปราศจากโรคภัยต่าง ๆ และสามารถดูแลตนเองให้ห่างไกลโรคได้เป็นอย่างดี นับว่าผลจากการประเมินโครงการฯ ครั้งนี้ นอกจากจะทำให้ทราบถึงการดำเนินงานที่ผ่านมากว่า ๓๐ ปี และความเปลี่ยนแปลงในด้านต่าง ๆ แล้ว ยังเป็นโอกาสให้ สำนักงาน กปร. ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหารอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการประสานการดำเนินงาน รวมทั้งหน่วยงานและผู้เกี่ยวข้องต่าง ๆ ได้ร่วมกันพิจารณาการประเมิน เติมเต็มข้อมูลทั้งในด้านปัญหา/อุปสรรค ให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะแนวทางในการพัฒนาปรับปรุงการดำเนินงานโครงการพัฒนาพื้นที่รอบวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหารอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ให้เกิดประโยชน์ทั้งในด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การพัฒนาทรัพยากรดินและแหล่งนํ้า การส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเกษตร การส่งเสริมสุขภาพและอนามัยของประชาชน ให้เกิดประโยชน์ครบถ้วนสมบูรณ์ ภายใต้หลัก บวร โดยการพึ่งพาอาศัย วัด บ้าน และราชการ เป็นกลไกในการประสานการพัฒนา ตามแนวทางแห่งพระราชดำริ ให้การพัฒนามีศักยภาพได้อย่างยั่งยืน ต่อไป

 

Print

เรียบเรียงโดย : นางณัฐกิตติ์ วินิชสำเภาทิพย์

กองติดตามประเมินผล