เล่าสู่กันฟัง : พัฒนาคุณภาพชีวิต ๖๐ หมู่บ้าน

4-58-11_001

4-58-11_002

กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระชนมายุ ๖๐ พรรษา ในวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๕๘ ที่สำนักงาน กปร. ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ได้ดำเนินการนั้น มีหนึ่ง กิจกรรมที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงให้ความสำคัญมาโดยตลอด ดังพระราชดำรัสที่พระราชทานแก่ผู้เข้าเฝ้าฯ ณ ห้องประชุมสถาบันวิจัยโภชนาการ เมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๔๔ ความตอนหนึ่งว่า

“…จะทำให้คุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดต้องทำอย่างไร…เราจะทำอะไรที่มันถูกต้องตรงตามเป้าหมาย ตามที่ราษฎรทั้งต้องการและจำเป็น เพราะบางทีของที่ต้องการก็ไม่ใช่ของที่จำเป็นเราก็ให้ทั้งของที่ต้องการและจำเป็น…”

การสร้างคน สร้างอาชีพและความมั่นคงในชีวิตตามแนวพระราชดำริ ในพื้นที่หมู่บ้านและชุมชนต่าง ๆ โดยเป็นการขยายผลถ่ายทอดองค์ความรู้การพัฒนาตามแนวพระราชดำริของศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั้ง ๖ แห่ง การประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สู่ประชาชนใน ๖๐ หมู่บ้าน เป็นกิจกรรมด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ได้ทำในรอบปี ๒๕๕๘ ที่ผ่านมา

วัตถุประสงค์ของกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและประชาชนในหมู่บ้านเป้าหมายนอกจากเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสฉลองพระชนมายุ ๕ รอบ ๒ เมษายน ๒๕๕๘ แล้ว ยังเป็นการส่งเสริมความรู้และขยายผลการพัฒนาคุณภาพชีวิต ส่งเสริมการประกอบอาชีพเกษตรกรรมตามแนวพระราชดำริ และสร้างเกษตรกรให้มีคุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

4-58-11_006_2

ขั้นตอนการดำเนินการนั้น ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทั้ง ๖ แห่งที่กระจายอยู่ในภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศได้พิจารณาคัดเลือกหมู่บ้านเพื่อเข้าร่วมโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ ในครั้งนี้ โดยพิจารณาถึงความต้องการของราษฎรและผู้นำชุมชนในหมู่บ้าน ที่มีความสนใจที่จะได้รับความรู้จากศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ เพื่อนำความรู้ไปพัฒนาอาชีพและคุณภาพชีวิต โดยมีการน้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า ฯพระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี มาเป็นแนวทางในการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพตามแนวพระราชดำริด้านการเกษตรต่าง ๆ ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมอบรมจะได้นำไปประยุกต์ใช้ในการสร้างแหล่งอาหารสำหรับบริโภคในครัวเรือน สร้างรายได้เสริมตลอดจนทำเป็นแนวทางการพัฒนาอาชีพตามความพร้อมและความเหมาะสมของสภาพพื้นที่ ภูมิสังคม ทำให้คุณภาพชีวิตดี สังคมดี มีความสุขอย่างยั่งยืน

ช่วงเวลานี้กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ ดังกล่าวได้ดำเนินการมาจนเสร็จสิ้นแล้ว ผลการดำเนินงานของแต่ละศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด โดยมีการดำเนินงานในแต่ละศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ ดังนี้

ในพื้นที่ภาคกลางนั้น มี ๓ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ โดยเริ่มที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้ทำการคัดเลือกชาวบ้านในหมู่บ้านเป้าหมายของจังหวัดฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี นครนายก และสระแก้ว รวม ๑๐ หมู่บ้าน มาอบรมที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯ มีหลักสูตรรวม ๑๑ หลักสูตร ประกอบด้วย การผลิตปุ๋ยหมัก นํ้าหมักชีวภาพ และสารควบคุมแมลงศัตรูพืช การผลิตของใช้ในครัวเรือน การเลี้ยงไก่ไข่พันธุ์เขาหินซ้อน การเพาะเห็ดเศรษฐกิจแบบครบวงจร การปลูกมะนาวนอกฤดูในบ่อวงซีเมนต์ การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร การเลี้ยงกบ การเลี้ยงเป็ด การเพาะเลี้ยงสัตว์นํ้า เทคโนโลยีการเพิ่มผลผลิตของข้าวและเทคโนโลยีการเพิ่มผลผลิตของมันสำปะหลังมีเกษตรกรและชาวบ้านที่เข้าร่วมอบรมถึง ๒,๒๙๓ คน หลักสูตรต่าง ๆ เป็นเรื่องเด่น ๆ และสามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพต่อได้หลังจากผ่านหลักสูตรแล้วหลักสูตรที่มีผู้สนใจมาก เป็นเรื่องของการผลิตปุ๋ยหมัก นํ้าหมักชีวภาพ และสารควบคุมแมลงศัตรูพืช การผลิตของใช้ในครัวเรือน การเลี้ยงไก่ไข่พันธุ์เขาหินซ้อน

4-58-11_015_2

ในส่วนของศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดจันทบุรี ได้กำหนดหมู่บ้านเป้าหมายไว้ที่ ๑๓ หมู่บ้าน ในจังหวัดจันทบุรี ตราด ชลบุรี และระยองรวมทั้งยังมีการคัดเลือกเกษตรกรในกลุ่มเกษตรกรแม่บ้านอ่าวคุ้งกระเบน ๑ กลุ่ม และโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนอีก ๑ แห่ง เข้าร่วมด้วย โดยมีหลักสูตรที่อบรมให้ความรู้ ๒ หลักสูตร คือ กิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้หมู่บ้านเฉลิมพระเกียรติจัดรวม ๓ ครั้ง และกิจกรรมฝึกอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้ศูนย์ฯ สู่ชุมชนเฉลิมพระเกียรติ มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น ๖๐๖ คน

ทางด้านศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเพชรบุรี ได้ดำเนินการโดยมีเป้าหมาย ๑๐ หมู่บ้านในจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และราชบุรี มีเกษตรกรเข้าร่วมจำนวน ๒๑๕ คน โดยที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายฯ จะเน้นอบรมให้ความรู้ในหลักสูตรปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรทฤษฎีใหม่ ที่เป็นการรวมองค์ความรู้ในหลายด้านที่สำคัญกับการทำการเกษตรมาบูรณาการเป็นหลักสูตรเดียวที่ผู้เข้ารับการอบรมสามารถนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสมตามศักยภาพของแต่ละพื้นที่ได้

ในส่วนอีก ๓ ภาคนั้นจะดำเนินการตามศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ ในแต่ละภาคที่มีภาคละ ๑ ศูนย์ โดยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสกลนคร เริ่มจากการสำรวจข้อมูลในระดับชุมชนของ ๑๐ หมู่บ้านเป้าหมายในจังหวัดสกลนคร ร้อยเอ็ด และกาฬสินธุ์เพื่อคัดเลือกเกษตรกร ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการจากหมู่บ้านต่าง ๆ มาอบรมที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ ในหลักสูตรที่ได้จัดตามความต้องการ ประกอบด้วย การปลูกข้าวแบบครบวงจรการแปรรูปสมุนไพร การเพาะเห็ด การเลี้ยงไก่ดำภูพานการเลี้ยงปลาแบบผสมผสาน การเลี้ยงสุกรภูพาน และเกษตรทฤษฎีใหม่ มีผู้เข้าร่วมการอบรมรวม ๗๐๑ คน

4-58-11_007

พื้นที่ของภาคเหนือรับผิดชอบโดยศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงใหม่ กำหนดพื้นที่เป้าหมายใน ๑๐ หมู่บ้านของจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน พะเยา ลำปาง แพร่ เชียงราย และน่าน มีการคัดเลือกเกษตรกรมาอบรม ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ โดยมีหลักสูตรรวม ๖ หลักสูตร ประกอบด้วย การเพาะเลี้ยงปลานิลในกระชัง การเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์กบ การเพาะเห็ดฟางในตะกร้า เห็ดเศรษฐกิจทำง่ายรายได้ดี การเลี้ยงไก่ประดู่หางดำ การเลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุยในบ่อซีเมนต์กลม มีเกษตรกรเข้าร่วมทั้งสิ้น ๔๑๑ คน หลักสูตรที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือการเลี้ยงไก่ประดู่หางดำ

ท้ายสุดเป็นภาคใต้ ดำเนินการที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนราธิวาส ได้ดำเนินการโดยมีเป้าหมาย ๑๐ หมู่บ้านในจังหวัดนราธิวาส พัทลุง ปัตตานี สงขลา สตูล และตรัง ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ได้คัดเลือกเกษตรมาอบรมที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ในหลักสูตร ๒ หลักสูตร คือ การปรับปรุงดินเปรี้ยวเพื่อปลูกผักและการเลี้ยงสัตว์ปีก (ไก่) มีผู้เข้าร่วมการอบรมรวมทั้งสิ้น ๑๕๘ คน

เกษตรกรหรือประชาชนที่ผ่านการอบรม นอกจากจะได้ความรู้จากการเข้ามาเรียนรู้อบรมทางด้านวิชาการแล้วยังมีการฝึกปฏิบัติจริงด้วย นอกจากนี้ ในบางหลักสูตรยังมีการสนับสนุนปัจจัยการผลิต เพื่อให้ไปต่อยอดปฏิบัติได้ทันทีหลังจากกลับจากการอบรม รวมทั้งวิทยากรและเจ้าหน้าที่ของศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ ยังได้ประสานให้คำปรึกษาติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง

ผลสำเร็จที่เกิดขึ้นในกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตนี้ ประชาชนในหมู่บ้านเป้าหมาย ๖๐ หมู่บ้านจำนวน ๔,๓๘๔ คนที่ได้เข้ารับอบรมจะได้ความรู้ที่สามารถนำไปใช้ในการประกอบอาชีพตามสภาพภูมิสังคมของแต่ละท้องถิ่น ความรู้ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ ทั้ง ๖ แห่งให้นั้นเป็นไปตามความต้องการ ทำให้มีการใช้ความรู้ที่ได้ไปพัฒนาอาชีพส่งเสริมให้มีรายได้เพิ่มขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ย่อมส่งผลต่อความสุขของครอบครัวและรวมถึงชุมชนหมู่บ้านได้รับประโยชน์ด้วย พร้อมทั้งเป็นการขยายผลแนวพระราชดำริไปสู่พื้นที่ต่าง ๆ ได้อย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น

4-58-11_014_2