เศรษฐกิจพอเพียง : แผนยุทธศาสตร์การบูรณาการการขับเคลื่อนการพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (ปี ๒๕๕๗ – ๒๕๖๐)

4-58-9_001_2

4-58-9_001_3

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำริ ในการบรรเทาและแก้ไขปัญหาความทุกข์ยากของประชาชน โดยให้ยึดมั่นการดำรงชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งทรงอธิบายไว้อย่างชัดเจนว่าหมายถึงความพออยู่ พอกิน พึ่งพาตนเองได้ ไม่ฟุ่มเฟือย มีความโลภน้อยไม่เบียดเบียนผู้อื่น โดยมีความพอประมาณตามอัตภาพและมีเหตุผลก่อน แล้วจึงค่อยสร้างความเจริญก้าวหน้าในระดับที่สูงขึ้นไป

การดำเนินตามวิถีของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของคนในชาติจะเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับกับความเปลี่ยนแปลงจากปัจจัยภายนอก และยังเป็นเสมือนภูมิคุ้มกันช่วยให้ประเทศสามารถรอดพ้นจากวิกฤตการณ์ระดับโลกได้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับประชาชนทุกคน ทุกระดับ และทุกสาขาอาชีพ ซึ่งที่ผ่านมา ภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรอิสระ และภาคประชาชนได้นำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้แตกต่างกันไปตามบริบทและตามพื้นที่ แต่ยังขาดการบูรณาการความร่วมมือทั้งในเชิงข้อมูล การปฏิบัติ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และความเข้าใจ

4-58-9_002

รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดำเนินตามแนวพระราชดำริเรื่อง หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จึงได้กำหนดเป็นวิสัยทัศน์ และยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนประเทศไทย ให้บรรลุเป้าหมายในปี ๒๕๖๐ ซึ่ง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แถลงนโยบายของรัฐบาลต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๕๗ ณ ห้องประชุมอาคารรัฐสภาว่า รัฐบาลจะดำเนินยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศโดยยึดถือหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเข็มทิศชี้นำทาง โดยจะยึดถือหลักการทรงงาน “เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา” เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนทั่วประเทศให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืนต่อไป และได้มอบหมายให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นหน่วยงานหลักในการประสานจัดทำแผนยุทธศาสตร์การบูรณาการการขับเคลื่อนการพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นแผนระยะ ๔ ปี (ปี ๒๕๕๗ – ๒๕๖๐) โดยมีแนวคิดพื้นฐานในการขับเคลื่อน ๕ ประการ ประกอบด้วย ๑) ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเข็มทิศชี้นำทาง ๒) การพัฒนาเชิงพื้นที่ ๓) การ “ทำตามลำดับขั้น” โดยเริ่มจากครัวเรือนไปสู่ชุมชน และประเทศชาติ ๔) การบูรณาการการสนับสนุนจากหน่วยราชการและภาคส่วนอื่น ๆ ๕) การจัดการองค์ความรู้ เพื่อเป็นกรอบการดำเนินงานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนการพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปสู่การปฏิบัติให้สามารถบรรลุเป้าหมายและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

แผนยุทธศาสตร์การบูรณาการฯ ประกอบด้วยยุทธศาสตร์ ๗ ด้าน มีผู้รับผิดชอบหลัก ๗ หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงการต่างประเทศ กรมประชาสัมพันธ์ กองทัพไทย และสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อร่วมบูรณาการการดำเนินงานให้สามารถบรรลุเป้าหมายและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งในด้านการเกษตรและชนบท ด้านการศึกษา ด้านธุรกิจ บริการการท่องเที่ยว อุตสาหกรรม และผู้ประกอบการรายย่อยด้านการต่างประเทศ ด้านประชาสัมพันธ์ ด้านความมั่นคงและด้านการบริหารจัดการ

4-58-9_004

สำนักงาน กปร. ได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานเจ้าภาพหลักของยุทธศาสตร์ที่ ๑ การส่งเสริมการขับเคลื่อนการพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในภาคการเกษตรและชนบท ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญเพราะรากฐานของสังคมไทยคือสังคมเกษตรกรรม ที่เป็นแหล่งผลิตอาหารเลี้ยงดูประชากร ไม่เฉพาะคนไทยแต่รวมถึงประชากรของโลกนี้ด้วย ดังนั้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลไทยจะต้องให้ความสำคัญในเรื่องการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่หมู่บ้าน/ชุมชนในภาคการเกษตรและชนบท ให้มีความเป็นอยู่ที่ดี ไม่เป็นหนี้สิน พึ่งพาตนเอง กระทั่งสามารถคิดวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาของหมู่บ้าน/ชุมชนได้

ยุทธศาสตร์ที่ ๑ ส่งเสริมการขับเคลื่อนการพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในภาคการเกษตรและชนบท มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมดำเนินงาน ได้แก่ สำนักงาน กปร. สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กองบัญชาการกองทัพไทย สถาบันส่งเสิรมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และได้มีการกำหนดกลยุทธ์เพื่อให้บรรลุตามแผนยุทธศาสตร์ฯ จำนวน ๖ กลยุทธ์ เพื่อขับเคลื่อนดำเนินการในประเด็นหลัก ได้แก่ การจัดทำฐานข้อมูลพื้นที่เป้าหมาย การจัดทำคู่มือการดำเนินงาน การบูรณาการการสั่งการและการทำงานในพื้นที่ ระบบติดตามสนับสนุนและการจัดการองค์ความรู้

4-58-9_006

สำนักงาน กปร. เป็นผู้รับผิดชอบการจัดทำฐานข้อมูลพื้นที่เป้าหมายเพื่อวางแผนดำเนินการ ซึ่งต้องดำเนินการเป็นสิ่งแรก แผนยุทธศาสตร์การบูรณาการฯ ได้กำหนดเป้าหมายไว้จำนวนไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๒๕ ของจำนวนหมู่บ้านในประเทศไทย สำนักงาน กปร. จึงได้รวบรวมข้อมูลพื้นที่เป้าหมายมาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแบ่งเป็น ๔ กลุ่มหลัก

ได้แก่

๑) พื้นที่หมู่บ้านรอบศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ๖ แห่ง และพื้นที่หมู่บ้านรอบศูนย์สาขา ๒ แห่ง

๒) พื้นที่หมู่บ้านที่มีพื้นฐานการทำงานที่เข้มแข็งมาบ้างแล้ว จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ มูลนิธิปิดทองหลังพระฯ กระทรวงมหาดไทย และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)

๓) พื้นที่หมู่บ้านที่รับประโยชน์จากโครงการแหล่งน้ำขนาดเล็กอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ใน ๔๖ จังหวัด

๔) หมู่บ้านที่มีความพร้อมตามเกณฑ์อื่น ๆ เช่น ศูนย์เรียนรู้เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หมู่บ้านตามแนวบริเวณชายแดน และพื้นที่ความมั่นคง หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง สำนักงานโครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ของกรมการปกครอง เป็นต้น รวมพื้นที่เป้าหมายทั้งสิ้นจำนวน ๒๔,๐๘๖ หมู่บ้าน (ณ เดือน มิถุนายน ๒๕๕๘)

ซึ่งปัจจุบัน สำนักงาน กปร. และกระทรวงมหาดไทยได้เริ่มกระบวนการขับเคลื่อนการทำงาน โดยผู้บริหารสำนักงาน กปร. ได้เดินทางเพื่อชี้แจง สร้างความเข้าใจเรื่องการดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ฯ แก่พื้นที่ในระดับจังหวัดและกระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือแจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ให้เตรียมการขับเคลื่อนดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ฯ ด้วยแล้ว

สำหรับการดำเนินการในระยะต่อไป กระทรวงมหาดไทยมีกำหนดจัดเวทีประชุมชี้แจงในระดับภูมิภาค ๔ ภาค เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและการมีส่วนร่วมขับเคลื่อนผลักดันให้เกิดกระบวนการทำงานในพื้นที่ระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน ตามแนวทาง ๔ ขั้นตอน ได้แก่ การเตรียมการ การจัดทำแผน การนำแผนไปสู่การปฏิบัติ และการตรวจติดตามและรายงานผล ซึ่งมีรายละเอียดคำอธิบายระบุไว้ในคู่มือการดำเนินงานที่จะแจกจ่ายให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนกลางและในพื้นที่ระดับต่าง ๆ ต่อไป

การดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์การบูรณาการการขับเคลื่อนการพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในกรอบระยะเวลา ๔ ปี (ปี ๒๕๕๗-๒๕๖๐) จะก่อให้เกิดผลลัพธ์ในเชิงประจักษ์ ทั้งในระดับปัจเจก ระดับชุมชน และประเทศชาติ เช่น ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เกิดฐานข้อมูลชุมชน เกิดกลไกการเรียนรู้และการสร้างความเข้าใจในหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงร่วมกันระหว่างประชาชนกับภาครัฐ มีระบบการบูรณาการด้านงบประมาณ มีระบบสนับสนุนให้เกิดการต่อยอดขยายผล มีการสั่งสมวัฒนธรรมการใช้ความรู้และข้อมูลในพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหา ทำให้เกิดวิถีในการพัฒนาที่สมดุล และยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งนั่นคือวิถีของเศรษฐกิจพอเพียง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่คาดหวังดังกล่าว จะเกิดขึ้นได้ด้วยการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในลักษณะเครือข่ายความร่วมมือที่เข้ามาทำงานขับเคลื่อนด้วยกัน ร่วมแบ่งปันความรู้ ความชำนาญ กระทั่งทรัพยากร โดยมีเป้าหมายเดียวกันคือการสร้างวิถีเศรษฐกิจพอเพียงให้หยั่งรากในระบบคิด วิธีปฏิบัติแก่ประชาชนในภาคการเกษตรและชนบทต่อไป

4-58-9_005

 

Print

เรียบเรียงโดย : นางสาวสุชนา โรจน์เลิศจรรยา
กลุ่มเศรษฐกิจพอเพียง กองศึกษาและขยายผลการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ