องค์ความรู้ : โครงการสร้างป่าสร้างรายได้ตามแนวพระราชดำริ

“…สร้างป่า สร้างรายได้ เป็นแนวทางการพัฒนาฟื้นฟูป่าไม้เพื่อให้ประชาชนสามารถอยู่ร่วมกับป่าและมีรายได้เสริมจากการปลูกพืชโดยที่ไม่ทำลายป่าไม้ โดยการปลูกป่าร่วมกับพืชเศรษฐกิจ มีการปลูกไม้หลายๆ ระดับ หลายๆ ชนิด มีทั้งไม้เรือนยอดสูงลดหลั่นกันลงมา นอกจากจะทำให้ชาวบ้านมีรายได้แล้วยังทำให้มีป่าไม้เพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่งด้วย …”

 3-58-10_001

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงบรรยายในการประชุมสัมมนา “รักษ์ป่าน่าน” ครั้งที่ ๑

๑๐ มีนาคม ๒๕๕๗ ณ ศูนย์การเรียนรู้และบริการวิชาการ เครือข่ายแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตำบลผาสิงห์ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

3-58-10_003

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานแนวทางการพัฒนาโครงการสร้างป่า สร้างรายได้ โดยเป็นการฟื้นฟูป่าต้นน้ำลำธาร ในลักษณะผสมผสานที่มีการปลูกไม้หลากหลายระดับ หลากหลายชนิดในแต่ละชั้นเรือนยอดที่สูงลดหลั่นกัน ให้มีความเป็นป่า มีการปลูกป่าเป็นไม้ประธานควบคู่ไปกับไม้เศรษฐกิจ เป็นพืชควบ เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่า ลดการบุกรุก ทำลายต้นน้ำลำธาร และช่วยให้ประชาชนมีรายได้จากการปลูกพืชอย่างเกื้อกูล โดยเน้นการดำเนินงานอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ที่เหลืออยู่ให้คงไว้ และฟื้นฟูส่วนที่เสื่อมโทรมให้กลับมาสมบูรณ์ดังเดิม โดยเฉพาะการปลูกป่าเพื่อการอนุรักษ์และปลูกไม้เกษตรสำหรับไว้บริโภคในครัวเรือน ประชาชนในพื้นที่สามารถเก็บผลผลิตจากป่าเพื่อขายเป็นรายได้เสริมอีกทางหนึ่ง โดยมีหน่วยงานภาคเอกชนร่วมวางแผนให้การสนับสนุนด้านการตลาด หรือการแปรรูปผลผลิตในเชิงการค้าต่อไป

3-58-10_002

วัตถุประสงค์

๑. เพื่อฟื้นฟูป่าต้นน้ำลำธาร

๒. เพื่อลดรายจ่าย สร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่เป้าหมาย

๓. เพื่อสร้างจิตสำนึกในการดูแล

๔. เพื่อสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง

3-58-10_004

กรอบแนวคิดการดำเนินงาน

โครงการสร้างป่าสร้างรายได้ เป็นโครงการตามพระราชดำริเพื่อแก้ไขปัญหา และเร่งฟื้นฟูป่าต้นน้ำลำธารด้วยรูปแบบและวิธีผสมผสาน การดำเนินงานจึงจำเป็นต้องใช้กระบวนการเรียนรู้เป็นกลไกขับเคลื่อน การดำเนินงานโครงการจึงมีหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมป่าไม้ กรมวิชาการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมการเกษตร กรมการปกครอง สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ตลอดจนหน่วยงานราชการอื่นพร้อมทั้งภาคธุรกิจเอกชน ร่วมกันดำเนินการสนับสนุนเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมาย สามารถสนองพระราชดำริในการฟื้นฟูป่าโดยเร็วในระยะเวลาการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

การดำเนินงานตามโครงการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ผู้เกี่ยวข้องจึงควรเข้าใจเป้าหมายและวิธีการในการปฏิบัติงานที่ต้องมีภารกิจ ทั้งการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าต้นน้ำลำธาร โดยมีการดำเนินงานพร้อมกันทั้ง ๓ ด้าน ดังนี้

๑. ด้านการส่งเสริมให้ราษฎรร่วมกันรักษาป่า ที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์มิให้ถูกทำลายโดยราษฎรต้องมีการเรียนรู้ เกิดความเข้าใจและยอมรับในข้อตกลงของชุมชน ให้มีความร่วมมือและปฏิบัติให้เป็นปกติ จนเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต เพื่อสร้างจิตสำนึกให้ราษฎรเป็นผู้รักษาป่า สามารถยังชีพอยู่กับป่าได้อย่างกลมกลืนแบบมีส่วนร่วม

 “สร้างจิตสำนึกให้ราษฎรที่อาศัยอยู่บริเวณรอบเขตพื้นที่ป่าไม้ให้มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์ป่าไม้”

๒. ด้านการฟื้นฟูป่าต้นน้ำลำธารที่ถูกทำลายจนเสื่อมโทรมให้คืนสภาพป่าที่สมบูรณ์ โดยให้มีทั้งไม้ป่าที่เป็นไม้ดั้งเดิมของพื้นที่ และไม้เกษตรที่สามารถสร้างรายได้ให้แก่ราษฎร ใช้หลักวิชาการกำหนดรูปแบบการปลูกลดหลั่นกันไปตามระดับเรือนยอด เพื่อให้ได้ป่าที่มีสภาพใกล้เคียงกับป่าธรรมชาติ สำหรับประชาชนผู้ปลูกจะได้ประโยชน์จากการปลูกป่าโดยมีไม้ใช้สอย ไม้ใช้งาน และไม้เพื่อการบริโภค

๓. ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรในพื้นที่ให้มีความเป็นอยู่ดีขึ้นตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง โดยส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มทำกิจกรรมลดรายจ่าย สร้างรายได้ จัดกระบวนการให้ราษฎรมีความรู้จัดการผลผลิตจากโครงการสอดคล้องกับตลาด และมีอาชีพเสริมที่ช่วยสร้างรายได้ในครัวเรือน เพื่อให้คนสามารถอยู่ร่วมกับป่าอย่างกลมกลืน เกื้อกูลซึ่งกันและกัน มีที่ทำกินเป็นหลักแหล่งไม่บุกรุกทำลายพื้นที่อื่นต่อไป

3-58-10_005

ในปี ๒๕๕๘ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) ร่วมกับกรมป่าไม้ ได้ดำเนินการจัดทำโครงการสร้างป่าสร้างรายได้ ในเขตพื้นที่ ๕ จังหวัด

๑. อำเภอเฉลิมพระเกียรติ และอำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน

๒. อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย

๓. อำเภออุ้มผาง อำเภอท่าสองยาง อำเภอพบพระ และอำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก

๔. อำเภอแม่แจ่ม และอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่

๕. อำเภอสบเมย และอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ประโยชน์ที่ได้รับจากโครงการสร้างป่าสร้างรายได้ จะสามารถแก้ไขปัญหาความเสื่อมโทรมของทรัพยากรป่าไม้ในเขตพื้นที่ ๕ จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเลย จังหวัดน่าน จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน และจังหวัดตาก ตามหลักการทำโครงการสร้างป่าสร้างรายได้ โดยเน้นการฟื้นฟูสภาพป่าพร้อมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนในชุมชนให้มีการอนุรักษ์และมีรายได้ไปพร้อม ๆ กับการสร้างพื้นที่ป่าอย่างยั่งยืนและเกื้อกูล เป็นการสร้างจิตสำนึกให้ราษฎรที่อาศัยอยู่บริเวณรอบเขตพื้นที่ป่าไม้ให้มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์ป่าไม้ ไม่บุกรุกเพิ่ม เห็นประโยชน์จากการปลูกไม้ชนิดต่าง ๆ พร้อมสละพื้นที่คืนกลับให้แก่โครงการเพื่ออนุรักษ์ป่าไม้ต่อไป สามารถแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่และเมื่อฝนตกจะป้องกันการเกิดอุทกภัยในพื้นที่ เนื่องจากมีการสร้างสภาพพื้นที่ให้ชุ่มชื้น เก็บกักน้ำไว้ในดิน ส่งผลให้เกษตรกรที่อยู่นอกเขตชลประทานได้มีน้ำใช้เพื่อการอุปโภคบริโภค และการเกษตรได้

แนวทางการดำเนินงานต่อไป

กรมป่าไม้ได้ดำเนินงานจัดทำแผนการดำเนินงานโครงการสร้างป่าสร้างรายได้ ในเขตพื้นที่ ๕ จังหวัด เป็นระยะเวลา ๕ ปี (ปี ๒๕๕๘ – ๒๕๖๒) เพื่อดำเนินการจัดหากล้าไม้เพื่อมอบให้ราษฎรที่ร่วมโครงการพร้อมกับการจัดกิจกรรม ฝึกอบรม ศึกษาดูงาน จัดทำระบบน้ำ (อ่างพวง) และจัดทำฐานข้อมูลของโครงการเพื่อดำเนินงาน โดยมีพื้นที่เป้าหมายร่วมโครงการดังนี้ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จำนวน ๒ อำเภอ ประชากร ๕๔ คน พื้นที่การเกษตร ๒๔๙ ไร่ จังหวัดน่าน จำนวน ๒ อำเภอ ประชากร ๑๒๒ คน พื้นที่การเกษตร ๕๘๓ ไร่ จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน ๓ อำเภอ ประชากร ๕๘๗ คน พื้นที่การเกษตร ๑,๖๐๐ ไร่ จังหวัดตาก จำนวน ๔ อำเภอ ประชากร ๑,๑๒๓ คน พื้นที่การเกษตร ๓,๐๐๔ ไร่ และจังหวัดเลย จำนวน ๑ อำเภอ ประชากร ๑,๑๑๒ คน พื้นที่การเกษตร ๔,๔๙๓ ไร่ ประชากร รวมทั้งสิ้น ๒,๙๘๘ คน พื้นที่การเกษตร ๙,๙๒๙ ไร่ ซึ่งจะใช้งบประมาณในการดำเนินงานโครงการฯ รวมทั้งสิ้น จำนวน ๕ ปี

 

อ้างอิง

สำนักพระราชวัง, สำนักงานโครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี

คู่มือการปฏิบัติงานโครงการสร้างป่าสร้างรายได้ตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี,

หจก. โรงพิมพ์ตระกูลไทย จ.พิษณุโลก. ธันวาคม ๒๕๕๗

Print

เรียบเรียงโดย : นางสาวฉัตตริน บุญเกิด

สำนักประสานงานโครงการพื้นที่ ๓