แนะนำโครงการ : ป่าสักนวมินทรราชินี

“ป่าสักนวมินทรราชินี”

โครงการอนุรักษ์แหล่งพันธุกรรมไม้สัก และพัฒนาคุณภาพชีวิตราษฎร บริเวณป่าลุ่มน้ำของ-ลุ่มน้ำปายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดแม่ฮ่องสอน

3-58-7_001

ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำปาย และพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ปายฝั่งขวา และป่าสงวนป่าแม่ปายฝั่งซ้ายตอนล่าง มีภูมิประเทศเป็นที่สูง ๓๐๐ – ๑,๓๐๐ เมตร จากระดับน้ำทะเล พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงมีหินปูนปะปนอยู่และมีหลุมหินปูนกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ พบป่าเบญจพรรณที่ไม้สักธรรมชาติขึ้นอยู่ ลักษณะเป็นไม้สักที่ดี สมบูรณ์ ขนาดใหญ่ ลำต้นตรง อัตราการเจริญเติบโตสม่ำเสมอ โดยเฉลี่ยพบต้นสักที่มีลำต้นขนาดใหญ่ ๒๐ ต้นต่อไร่ ป่าสักที่พบในพื้นที่นี้มีลักษณะพิเศษ คือ สามารถเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่สูง ๑,๒๗๐ เมตร จากระดับน้ำทะเล ซึ่งเป็นระบบนิเวศที่หาได้ยากในประเทศไทย เนื่องจากปกติจะพบไม้สักเจริญเติบโตได้ดีในระดับความสูงไม่เกิน ๗๐๐ เมตรจากระดับน้ำทะเล

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เห็นความสำคัญของระบบนิเวศที่พบได้ยากในประเทศไทยดังกล่าว จึงมีหนังสือนำความกราบบังคมทูลสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมรับเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และขอพระราชทานชื่อป่าสักที่สมบูรณ์แห่งนี้เพื่อความเป็นสิริมงคล

สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงรับโครงการอนุรักษ์แหล่งพันธุกรรมไม้สักและพัฒนาคุณภาพชีวิตราษฎรบริเวณป่าลุ่มน้ำของ-ป่าลุ่มน้ำปาย ไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ และทรงพระราชทานชื่อป่าสักดังกล่าวว่า “ป่าสักนวมินทรราชินี” เพื่ออนุรักษ์แหล่งป่าสักพื้นที่ ๓๑๐,๗๒๕ ไร่ (๔๙๗.๒ ตารางกิโลเมตร) กำหนดพื้นที่ป่าสักธรรมชาติ เนื้อที่ ๙๔,๓๗๕ ไร่ (๑๕๑ ตารางกิโลเมตร) ให้เป็นเขตอนุรักษ์ที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่มีกลุ่มไม้สักอุดมสมบูรณ์ขึ้นอยู่หนาแน่น ประเมินมูลค่ากว่า ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท

โครงการอนุรักษ์แหล่งพันธุกรรมไม้สักและพัฒนาคุณภาพชีวิตราษฎรบริเวณป่าลุ่มน้ำของ-ป่าลุ่มน้ำปายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลห้วยผาและตำบลห้วยปูลิง อำเภอเมือง ตำบลสบป่อง อำเภอปางมะผ้า และตำบลทุ่งยาว อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน แบ่งเขตพื้นที่เพื่อดำเนินโครงการจำนวน ๔ เขต

๑. เขตคุ้มครองและศึกษาวิจัยหรือพื้นที่ป่าอนุรักษ์พื้นที่ ๑๖๕,๘๖๐ ไร่

๒. เขตกันชนและฟื้นฟูสภาพป่าพื้นที่ ๓๓,๓๔๐ ไร่

๓. เขตพัฒนาคุณภาพชีวิต หรือเขตชุมชนและพื้นที่ใช้ประโยชน์ที่ดินพื้นที่ ๑๕,๘๐๐ ไร่

๔. เขตป่าสงวนแห่งชาติพื้นที่ ๙๕,๗๒๕ ไร่

3-58-7_002

การดำเนินงานที่ผ่านมา ได้ปฏิบัติการลาดตระเวนทั้งทางเท้า ทางเรือ และทางอากาศยาน เพื่อปฏิบัติการลาดตระเวนป้องปรามการบุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตรวจสอบพื้นที่และเฝ้าระวังการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้อย่างต่อเนื่อง จัดตั้งจุดสกัดและหน่วยพิทักษ์ป่า จำนวน ๔ จุด ในการดูแลป้องกันพื้นที่ป่าสักนวมินทรราชินีประกอบด้วย

จุดที่ ๑ หน่วยพิทักษ์ป่า สหัสบุญญาวิวัฒน์ ๑

จุดที่ ๒ หน่วยพิทักษ์ป่า โกวิทปัญญาตรง ๑

จุดที่ ๓ จุดสกัดป้องกันรักษาป่า สหัสบุญญาวิวัฒน์ ๒ (จุดห้วยซลอบ)

จุดที่ ๔ จุดสกัดป้องกันรักษาป่า โกวิทปัญญาตรง ๒ (จุดดอยเขียว)

เพื่อเป็นอนุสรณ์น้อมรำลึกถึงนายสหัส บุญญาวิวัฒน์ ที่ปรึกษาสำนักพระราชวัง และนายโกวิท ปัญญาตรง ผู้ตรวจราชการกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ผู้เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการพระราชดำริ จนบังเกิดผลสำเร็จในการพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรในถิ่นทุรกันดาร

นอกจากงานอนุรักษ์แล้วยังได้ดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตควบคู่ไปด้วย งานพัฒนาคุณภาพชีวิตราษฎรบริเวณป่าลุ่มน้ำของ-ป่าลุ่มน้ำปาย ดำเนินการใน ๔ หมู่บ้าน ประกอบด้วย

หน่วยปฏิบัติการพื้นที่ที่ ๑ บ้านกึ๊ดสามสิบ บ้านนาอ่อน ตำบลสบป่อง อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นราษฎรชาวเขาเผ่าลีซอ อพยพมาตั้งถิ่นฐานอาศัยอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำปาย ราษฎรอาศัยและใช้ประโยชน์เป็นที่ทำกินปลูกข้าวไร่ ข้าวโพด ขิง ถั่วแดง

หน่วยปฏิบัติการพื้นที่ที่ ๒ บ้านห้วยซลอบ ตำบลห้วยผา อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ราษฎรชุมชนบ้าน

ห้วยซลอบเป็นชาวกะเหรี่ยงปะโอ ซึ่งเป็นหมู่บ้านบริวารของชุมชนบ้านห้วยผา เป็นชุมชนที่อพยพย้ายเข้ามาตั้งถิ่นฐานอาศัยอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำปาย พื้นที่บางส่วนราษฎรอาศัยและใช้ประโยชน์เป็นที่ทำกินปลูกข้าวไร่ ข้าวโพด ถั่ว

หน่วยปฏิบัติการพื้นที่ที่ ๓ บ้านมะโนรา ตำบลทุ่งยาว อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นราษฎรชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง อยู่ในเขตการปกครองของตำบลทุ่งยาว เป็นชุมชนดั้งเดิมที่เคลื่อนย้ายไปมาอาศัยอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำปาย ราษฎรประกอบอาชีพหลักคือ การปลูกข้าวแบบไร่หมุนเวียน

หน่วยปฏิบัติการพื้นที่ที่ ๔ บ้านปมฝาด ตำบลห้วยปูลิง อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นราษฎรชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง ราษฎรอาศัยและใช้ประโยชน์ในพื้นที่เป็นที่ทำกินปลูกข้าวไร่และข้าวโพด

การพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรนอกจากวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ให้ราษฎรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ดำรงชีพตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้ว ยังได้นำแนวพระราชดำริ “ให้คนอยู่ร่วมกับป่าอย่างเกื้อกูล” ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เป็นแนวทางอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ เสริมสร้างจิตสำนึกแก่ชุมชนให้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เกิดความรัก ความหวงแหนทรัพยากรป่าไม้และเรียนรู้การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นกำลังสำคัญที่จะร่วมดูแลรักษาและปกป้องป่าสักธรรมชาติที่สมบูรณ์แห่งนี้ไว้ ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ ฟื้นฟูและพัฒนาป่าไม้ให้มีความอุดมสมบูรณ์ เพื่อให้คนอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืน

เพื่อรองรับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ กรมป่าไม้ได้จัดกิจกรรมล่องแก่งแม่น้ำปายโดยเรือยาง ให้นักท่องเที่ยวได้ล่องแก่งลำน้ำของ-ลำน้ำปายที่ตื่นเต้น เร้าใจ รื่นรมย์กับธรรมชาติสองฝั่งแม่น้ำ ชื่นชมความสวยงามของน้ำตกซู่ซ่า เดินศึกษาเส้นทางธรรมชาติชมความมหัศจรรย์ของป่าสักที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีบริการที่พักจุดกางเต็นท์ในผืนป่าแก่นักท่องเที่ยวด้วย ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ทุกฤดู หากต้องการสัมผัสอากาศเย็นสบายควรเดินทางช่วงปลายฝนต้นหนาว

ผืนป่าสักนวมินทรราชินีแห่งนี้ จึงเป็นมากกว่าสวรรค์ของนักท่องเที่ยวห้องวิจัยของนักอนุรักษ์ ขุมทรัพย์ของธรรมชาติ สมบัติล้ำค่าของชาติและมรดกที่สำคัญของโลก ให้ราษฎรได้ใช้ประโยชน์ในการดำรงชีพควบคู่กับเป็นแหล่ง

สร้างความรู้ตามเจตนารมณ์ “คนอยู่ได้ ป่าอยู่รอด” อย่างแท้จริง

3-58-7_004

3-58-7_005

3-58-7_007

เรียบเรียงโดย : นางสาวสใบทิพย์ ศรีทองสุข

สำนักประสานงานโครงการพื้นที่ ๓

Print