ในความทรงจำ : งานของในหลวง

3-58-6_001

นับเป็นโอกาสดีที่คณะบรรณาธิการวารสารอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ขอเข้าพบเพื่อถ่ายทอดบทสัมภาษณ์ของ พลอากาศเอก กำธน สินธวานนท์ องคมนตรี เพื่อนำบทความลงตีพิมพ์ในวารสารอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ฉบับที่ ๓/๒๕๕๘ คอลัมน์ในความทรงจำ เมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๕๘ สำหรับบทสัมภาษณ์นี้ได้กล่าวถึงการถวายงานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ตลอดจนพระบรมวงศ์ ในด้านต่าง ๆ ในตำแหน่งองคมนตรี ตั้งแต่ปี ๒๕๓๐ เป็นต้นมา ตลอดจนถึงโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่าง ๆ ดังจะกล่าวต่อไป

3-58-6_004

เมื่อปี ๒๕๓๐ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชกระแสให้ไปดูโครงการน้ำในบริเวณกรุงเทพมหานคร เป็นโครงการแรก ๆ ต่อมา ได้เข้าไปดูแลโครงการสหกรณ์สันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นโครงการตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือราษฎรยากจน ไม่มีที่ดินเป็นของตนเอง ให้ได้ถือครองที่ดินเพื่ออยู่อาศัย ทำการเกษตรในรูปแบบหมู่บ้านสหกรณ์การเกษตร สมาชิกโครงการฯ จะไม่ได้รับกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ที่ดินที่เกษตรกรจะได้รับยังคงเป็นของโครงการอยู่ แต่สามารถตกทอดถึงลูกหลานได้ ในระยะเริ่มแรกของการดำเนินโครงการฯ พระองค์ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ ดร.ประกอบ หุตะสิงห์ องคมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการ เมื่อโครงการฯ ดำเนินได้ ๕ ปีแล้ว โครงการฯ ได้รับการจดทะเบียน โดยใช้ชื่อว่า “สหกรณ์การเกษตรหมู่บ้านสหกรณ์สันกำแพง” และได้ดำเนินกิจการธุรกิจจนถึงปัจจุบัน ต่อมา พระองค์ทรงให้โอนงานที่ทรงมอบหมายให้ ดร.ประกอบ หุตะสิงห์ มาอยู่ในความรับผิดชอบ ซึ่งก็ยังดำเนินการมาจนปัจจุบันนี้

3-58-6_005

3-58-6_006

โครงการฯ ต่อมาที่ได้เข้าไปมีส่วนถวายงานคือ โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังฯ แต่เดิมปากพนังฯ เคยเป็นอู่ข้าวอู่น้ำที่ดี ต่อมา ประชาชนประกอบอาชีพทำนาไม่ได้ผล เนื่องจากเกิดปัญหาน้ำกร่อยและอื่น ๆ จากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ต้นไม้ถูกตัดมากขึ้นน้ำจืดที่นำมาใช้ในการเพาะปลูกน้อยลง นอกจากนั้น ลักษณะของแม่น้ำปากพนังมีลักษณะร่องน้ำต่ำกว่าระดับน้ำทะเลและมีความลาดชันน้อย เมื่อน้ำจืดทางต้นน้ำมีปริมาณน้อย ทำให้น้ำเค็มรุกล้ำเข้าไปในแม่น้ำปากพนังและลำน้ำสาขา พระองค์จึงมีพระราชดำริให้จัดระบบคัดแยกน้ำเค็ม ระบบน้ำจืดให้ดี พระราชทานพระราชดำริว่า ต้องหาวิธีเอาน้ำเค็มเข้ามาใช้ประโยชน์ได้อย่างไร น้ำจืดใช้ประโยชน์อย่างไร ตอนนั้น พระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปยังพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังฯ มีพระราชกระแสให้สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) เข้าไปดูแลโดยตั้งเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ คือพระองค์ทรงรับมาทำเองก่อน เมื่อรัฐบาลเห็นว่าได้ผลดีและมีความสำคัญจึงได้รับโครงการมาดำเนินการต่อ หลักการคือโครงการใดที่รัฐบาลยังทำไม่ได้หรือไม่ได้ทำ แต่มีความสำคัญต่อความเป็นอยู่ของประชาชน ก็จะทรงรับมาเป็นพระราชภาระที่จะริเริ่ม ต่อเมื่อรัฐบาลเห็นความสำคัญก็จะเข้ามารับไปดำเนินการต่อ

3-58-6_007

3-58-6_008

ทุ่งลุยลาย “การแก้ปัญหาอย่างครบวงจร”

โครงการทุ่งลุยลายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลทุ่งลุยลาย อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ เมื่อปี ๒๕๑๒ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฝผ.) ได้สร้างเขื่อนจุฬาภรณ์ มีการตัดถนนไปยังบริเวณที่สร้างเขื่อน และราษฎรจำนวนมากเข้าไปหักล้างถางป่ารุกล้ำเข้าไปในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ทางกระทรวงเกษตรฯ เข้าไปดำเนินการจับราษฎรที่ทำผิดกฎหมาย ราษฎรจึงได้ข้ามเขตถนนย้ายมาอยู่ในที่ของการไฟฟ้า เกิดเป็นปัญหาของการไฟฟ้า พระองค์ทรงให้การไฟฟ้าจัดพื้นที่แห่งหนึ่งให้ราษฎรทำกิน การไฟฟ้าจึงไปเช่าที่เพื่อไปจัดสรรเป็นที่ทำกินและหาอาชีพ เพื่อสร้างรายได้ อบรมคนให้เข้าใจและมีระเบียบในการดำรงชีวิตครบวงจร ซึ่งก็ยุ่งยากเหมือนกัน นับเป็นโครงการฯ ที่เป็นประวัติศาสตร์ เมื่อจัดสรรแล้ว ก็จัดให้มีโครงการเลี้ยงหมูที่ทุ่งลุยลาย ปลูกข้าวโพดเพื่อเป็นอาหารสัตว์ นอกจากการจัดที่ดินทำกินยังให้เกิดอาชีพกับราษฎรอีกด้วย การเลี้ยงหมูก็ต้องลงทุน มีความจำเป็นต้องใช้เงินของธนาคารกรุงเทพซึ่งธนาคารสนับสนุนมาช่วย แต่การจัดแจงในเรื่องยืมเงินไปเท่าไร ลงทุนไปอย่างไร ขายหมูได้อย่างไร ต้องคืนทุนเขาอย่างไร ก็เป็นที่เรียบร้อยดี เป็นหน้าที่ของคณะองคมนตรีในการประสานงาน อีกอย่างหนึ่งคือราษฎรควรอยู่ในวินัย ไม่ใช่หารายได้แล้วนำไปซื้อโทรทัศน์ ซื้อวิทยุ สินค้าฟุ่มเฟือยไม่ได้ควรมีอะไรที่จำเป็นก็ให้อย่างนั้น ส่วนที่เหลือใช้หนี้ให้กับธนาคารหมด โรงอาหารหมูก็ทำสำเร็จเป็นอาหารสัตว์ ก็เกิดสหกรณ์ขึ้น ช่วยทำให้ราษฎรมีอาชีพ และสร้างชุมชนให้ราษฎรอยู่ก็เป็นโครงการใหญ่เรียกว่า “สหกรณ์การเกษตรโครงการทุ่งลุยลาย” นำมาให้ราษฎร ราษฎรก็เชื่อฟัง และทำกันมาได้ ราษฎรมีอาชีพเลี้ยงหมู มีที่อยู่อาศัย มีอาหารเรียบร้อยหมดแล้ว ตอนนั้นทำในนามของการไฟฟ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าโครงการทุ่งลุยลาย เมื่อดำเนินการถึงจุดหนึ่งก็มอบโครงการนี้ให้กับกระทรวงมหาดไทย ปรากฏว่าไปไม่รอด เพราะว่าไม่สามารถคุมราษฎรให้อยู่ในวินัยได้ เรื่องการใช้เงินเพราะฉะนั้น ก็เป็นโครงการแรกที่ใช้เงินธนาคาร โดยไม่ต้องไปค้ำประกันอะไร การเช่าที่ การจะตัดต้นไม้ ก็ผิดระเบียบของกระทรวงเกษตรฯ ไม่สามารถทำได้ในทันที ต้องประสานงานก่อน แม้กระทั่งให้ราษฎรเพาะปลูก ก็ดำเนินการเอง ให้ราษฎรมีรายได้ ต่อมา กลายเป็นจำเลยว่าไปใช้ราษฎรเพาะปลูกการเกษตร นำเงินเข้าส่วนตัว ที่จริงแล้วสหกรณ์มีบัญชีเป็นระบบมีรายชื่อราษฎรทั้งหมด เพื่อจะได้ผลประโยชน์กับการเพาะปลูก บ้านเรือนจัดออกแบบให้ แล้วแต่จะเลือกอยู่แบบไหน ก็เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเช่นกันรวมทั้งบางแห่งในจังหวัดชัยภูมิ ให้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบ้านเขว้า

3-58-6_009

3-58-6_010

“โครงการถักร้อยดวงใจมหกรรมผ้าไทยเทิดไท้องค์ราชินี”

ทอผ้าวิถีชาวบ้าน : สำหรับเครื่องทอผ้าราษฎรไม่ได้มาตรฐาน  คือความกว้าง  ความยาวของเนื้อผ้าไม่พอ ก็ต้องปรับปรุงทำเครื่องทอผ้าให้ได้มาตรฐานให้ เพื่อจะได้ทราบว่าผู้ซื้อผ้าขนาดกี่เมตรถึงสามารถตัดเสื้อได้หนึ่งตัว ราษฎรก็ปฏิบัติตาม กระทั่งเครื่องกรอด้ายผ้าไหม ก็พัฒนาขึ้นมาสร้างให้ได้มาตรฐาน วิธีทอผ้าที่จะได้เส้นยืนเส้นขวางแบบนั้น ช่วยราษฎรคิด แล้วก็พัฒนา สุดท้ายด้านเทคนิคย้อมสี ทำอย่างไรให้สีไม่ตก “ผ้าไหมบ้านเขว้า” จังหวัดชัยภูมิ ขึ้นชื่อมาก ปี ๒๕๔๗ อำเภอบ้านเขว้า ได้รับรางวัลเกียรติยศสูงสุดให้เป็นผู้ทอผ้าไหม “โครงการถักร้อยดวงใจมหกรรมผ้าไทย เทิดไท้องค์ราชินี” ในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ ๖ รอบ ๗๒ พรรษา

ปัจจุบันนี้ ในส่วนภารกิจที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานกปร. ซึ่งสำนักงาน กปร. เปรียบเสมือน Secretarial (ฝ่ายเลขานุการ) คือเป็นเลขานุการโครงการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีการบันทึกจดไว้มีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริกี่พันโครงการ แต่คนลืมไปแล้วว่าพระองค์ทรงทำอะไรบ้าง เพราะฉะนั้น ภารกิจขององคมนตรี ก็คือจะไปจังหวัดไหน ซึ่งปกติไปเปิดห้องสมุด แล้วทีนี้ถามทางสำนักงาน กปร. ว่ามีโครงการของพระองค์หรือไม่ ถ้ามี ก็จะไปเยี่ยมทั้งห้องสมุดและโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ วัตถุประสงค์ก็คือพระองค์ทรงมีโครงการนี้กี่ปีมาแล้ว ๒๐ ปี ๓๐ ปี แล้วดำเนินการไปได้แค่ไหน ใครเป็นหัวหน้าดำเนินการ โครงการนี้เข้าถึงราษฎรตามพระราชดำริแล้วหรือไม่ เพราะบางโครงการฯ องคมนตรีไปเยี่ยม เพิ่งจะหาน้ำ เพิ่งเริ่มให้ไปวางศิลาฤกษ์ เพิ่งเริ่มต้นก็มี ก็ไปติดตามโครงการฯ ว่า ไปได้แค่ไหน เราตามไปดูโครงการฯ เพื่อให้โครงการฯ ที่พระองค์มีพระราชดำริดำเนินไปได้ให้เข้าถึงราษฎร โครงการหลายแห่งทางสำนักงาน กปร. ดำเนินการไปได้แค่นี้ เจ้าหน้าที่ของโครงการฯ ได้แนวความคิดสร้างอะไรมากมาย มีผู้คนทำงานหลายคนแต่ยังเข้าไม่ถึงราษฎร มีการติดตามผลการเลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา เพาะเห็ด ก็ทำแต่ในออฟฟิศ ทำแต่เจ้าหน้าที่เท่านั้น แต่ราษฎรยังไม่ได้ทำ ต้องไปประสานทำไมไม่ไปทำให้หมู่บ้านนั้นเริ่มทำ ประสานกับนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพราะโครงการของพระองค์เป็นอย่างนั้น ต้องเข้าถึงราษฎร เพราะฉะนั้นจะต้องดูว่าถ้าดำเนินการถึงแค่นี้ราษฎรได้รับผลประโยชน์หรือยัง แล้วทางผู้ว่าราชการจังหวัดและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและกรมต่าง ๆ ดูว่าดีไหม ถ้าดีก็ต้องเสนอให้ราษฎรทำต่อ การทำต่อไปคือกระบวนการว่าใครจะทำ กรมชลประทาน กรมพัฒนาที่ดิน หน่วยเกษตรอำเภอและจะนำเงินมาจากไหน พยายามใช้เงินงบประมาณทางราชการ และบางครั้งก็มอบหมายให้สำนักงาน กปร. ช่วยดำเนินการ เพราะสำนักงาน กปร. ก็มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้วย

3-58-6_011

โครงการตามพระราชประสงค์หุบกะพง

โครงการตามพระราชประสงค์หุบกะพงก็ได้ดำเนินมาตั้งแต่ต้น ตอนนี้ สำนักงาน กปร.ก็เข้ามาช่วยดูแล เช่นเมื่อท่อน้ำชำรุดต้องมาของบประมาณของสำนักงาน กปร. เมื่อหน้าแล้งต้องไปขุดดินส่วนที่ต่ำที่สุด เพื่อเป็นบ่อน้ำเมื่อถึงเวลาจะได้มีน้ำจำนวนหนึ่งไว้ใช้ในการเพาะปลูกได้ เป็นต้น ปัจจุบันนี้สำหรับโครงการทางใต้ตอนนี้ก็ส่งต่อให้พลอากาศเอกชลิต พุกผาสุข องคมนตรีอีกท่านหนึ่งไปดูแลแทน ให้ไปช่วยเป็นที่ปรึกษา เพราะตอนนี้อายุมากสุขภาพไม่ค่อยดี

3-58-6_012

3-58-6_013

ศูนย์บริการพัฒนาขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ผลบ้านไร่ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริว่า “งานนี้เป็นประโยชน์ถึงประชาชนอย่างแท้จริง ให้ขยายไปให้มาก” โดยมีวัตถุประสงค์ให้มีไม้ดอกไม้ผลกระจายอยู่ตามชนบท สามารถขยายพันธุ์ปลูกเป็นจำนวนมาก และอาจสามารถจำหน่ายไม้พืชไม้ผลเป็นอาชีพได้ รวมถึงการอนุรักษ์พันธุ์ไม้ดอกของไทย จังหวัดเชียงใหม่ พระองค์มีพระราชดำริให้ปลูกต้นไม้ ดอกไม้ ก็ไปปลูกดู ปรากฏว่าก็ยังดำเนินการอยู่ในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพราะราษฎรยังเพาะไม่เป็น จึงต้องผลิตหัวดอกไม้ให้มาก ๆ ให้ราษฎรมาปลูก และให้ราษฎรมาขายที่นี้ ทำให้เกิดอาชีพ เพื่อให้มีการใช้จ่ายเงิน ก็ต้องไปคิดโครงการขยายเติบโตให้ได้ จังหวัดเชียงใหม่ สภาพแวดล้อมดินดี อากาศดี ดอกไม้สวย ก็ได้มอบหมายสำนักงาน กปร. ไปช่วยดำเนินการเพื่อจะขยายผล เพราะต่างจังหวัดขาดผู้นำท้องถิ่น

“โครงการฯ ของพระองค์มีแนวคิดหลักคือ ทำอย่างไรให้ถึงมือราษฎร

3-58-6_014

 งานโครงการพระราชดำริ

จังหวัดศรีสะเกษ โครงการฯ ของพระองค์ ทำให้เขื่อนมีน้ำมากขึ้น ๓ เท่า แต่ราษฎรยังปลูกข้าวเท่าเดิม เพราะยังขาดผู้นำท้องถิ่น ปัญหาคือทำไมราษฎรไม่ปลูกข้าวมาก ๆ ทำแล้ว ๓ ไร่ ทำไมไม่ทำ ๕ ไร่ การปฏิบัติก็แนะนำกับผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษว่า รถทุ่นแรง รถแทรกเตอร์ของจังหวัด นำไปขยายคันนา ค่าใช้จ่าย พอราษฎรทำข้าวได้ก็เอามาจ่าย ก็ต้องแนะผู้ว่าราชการจังหวัดก็รับไปดำเนินการแต่ไม่ได้ไปเยี่ยม ต่อมาปัญหาคือขาดผู้นำท้องถิ่น แต่ถ้าผู้นำท้องถิ่นเป็นที่เชื่อถือได้จะขยายเขต ๕ ไร่ เป็น ๑๐ ไร่ ใช้เขตทำนารวมเป็น ๕๐ ไร่ คิดระบบชลประทาน คิดระบบคันนาให้ดี ลงมือทำ แล้วมีคนกลางที่ดีทำได้กำไรแน่นอน จากนั้นเอามาใช้เป็นค่าขยายคันนา อันนี้ก็เป็นของส่วนรวม ถ้าเขาไปร่วมสามัคคีกันได้ก็ดี โครงการฯ ของพระองค์มีแนวคิดหลักคือ ทำอย่างไรให้ถึงมือราษฎร บางโครงการก็ทำเป็นศูนย์เรียนรู้และฝึกอบรม เช่น โครงการพระดาบสและลูกพระดาบส เช่น เลี้ยงปลาสลิดที่บางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ไม่ใช่ทำแข่งกับราษฎร แต่ทำให้ราษฎรเอาเป็นตัวอย่าง ปลาสลิด เราจัดทำบรรจุภัณฑ์ให้ดีเพื่อเพิ่มมูลค่า จูงใจให้ผู้บริโภคอยากซื้อ ทางภาคใต้ที่มีการรวมตัวกันผลิตยาหม่อง ก็ไปแนะนำให้ทำฉลากขายในหมู่บ้าน แล้วให้ขายระหว่างตำบล และในจังหวัด เป็นการรวมตัวกันขยายตลาดออกไป

โครงการป่าพรุโต๊ะแดง จังหวัดนราธิวาส ดินทางใต้ ถ้าขุดลงไปแล้ว มันแช่น้ำพรุน้ำท่วมก็ไม่มีที่เพาะปลูก พระองค์ทรงระบายน้ำออกหมดแล้ว ดินเมื่อถูกอากาศออกซิเจนแล้ว ดินเปรี้ยวปลูกไม่ได้ ก็ไปลองใช้หาน้ำล้างที่จังหวัดนราธิวาส เอาน้ำไปล้างให้ดินจืด กระทั่งได้ไปสำรวจเส้นทาง พระองค์ทรงให้ขุดดินลงไปดูชั้นดินว่าเป็นอย่างไร ทรงล้างดินหมดแล้ว สามารถทำการเพาะปลูกข้าว ข้าวขึ้นได้ก็พอพระราชหฤทัยเสด็จฯ ไปทอดพระเนตรอีกครั้งปัจจุบันนี้ได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารระบายน้ำ  เพื่อระบายน้ำจากพรุโต๊ะแดง ลงคลองมูโนะ ไม่ให้ไหลเข้าพื้นที่การเกษตร และหมู่บ้านราษฎร ทางสำนักงาน กปร. ทราบดีว่า ที่ตรงนี้ยังไม่สามารถปลูกอะไรได้ ต้องทำให้ดินจืด และมีปัญหาเรื่องดินเปรี้ยวเหมือนกัน ทรงให้หาทางล้าง อีกหน่อยพื้นที่เขตรังสิตพื้นที่ดินจะปลูกไม่ได้เหมือนกัน เนื่องจากมีความเข้มกรดด่างของดิน ดังนั้น ควรจะจำวิธีนี้ แล้วไปหาทางทำประโยชน์ให้สามารถเพาะปลูกได้ ไม่ใช่ไปจัดสรรที่ดิน ที่ท่องเที่ยว ต้องแก้ไขเรื่องนี้ เพราะฉะนั้น ถ้ารู้ปัญหาอย่างนี้ ใครมีหน้าที่อะไรก็ไปคิดต่อทำมา  พรุนั้นไม่ใช่น้ำแห้งแล้วปลูกได้ ต้องใช้เวลาล้างน้ำเป็นปี ๆ ถึงจะปลูกได้ ไม่อย่างนั้นที่ทำมาหากินของราษฎรก็น้อย

3-58-6_016

พระแม่แห่งแผ่นดิน

โครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ พระองค์ทรงเป็นห่วงเรื่องอาชีพของราษฎรที่จังหวัดพัทลุง มีพระราชดำริให้หาพื้นที่ที่เหมาะสม เพื่อจัดทำโครงการฟาร์มตัวอย่างฯ เพื่อให้ราษฎรไปศึกษาเรียนรู้ในลักษณะการปฏิบัติจริง และนำกลับไปปฏิบัติในพื้นที่ของตนเอง ต้องไปแนะให้แม่บ้านเพาะปลูก แม่บ้านก็ทำ ขายได้กำไร เจ้าหน้าที่จะถวายเงินพระราชินีไปห้ามว่าอย่าถวาย ให้เอามาให้ชาวบ้านให้มีฐานะดีขึ้น และถ้าเงินเหลือให้เอามาทำศูนย์กลางพัฒนากิจกรรมนี้ เช่น หาพาหนะที่จะมาขนส่ง ก็ไปแนะเขาอย่างนี้ พระองค์ทรงมาตั้งกิจกรรมนี้ ไม่ได้ให้มาหาเงินให้ แต่ทรงตั้งกิจกรรมนี้เพื่อไปช่วยราษฎร ดังนั้น การติดตามไปกับทางสำนักงาน กปร. เพื่อที่จะไปเยี่ยมหน่วยงาน จะได้มีกำลังใจในการทำงาน แล้วก็ดูด้วยว่าโครงการนี้ดีหรือไม่ ราษฎรได้ประโยชน์หรือไม่ คนอื่นไม่รู้ตัวราษฎรเองที่ทราบ ก็ช่วยส่งเสริมให้ราษฎรทำ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ช่วยกันทำ จะได้ถึงราษฎร เพาะเห็ดเพาะอะไรมา เพาะมาแสดงกันในสถานที่ทำงาน เลี้ยงไก่ก็มาแสดง ไม่ไปถึงราษฎร ก็ต้องให้กำลังใจราษฎร ตั้งแต่ตอนนั้น ก็ไปประสานงานหน่วยงานต่าง ๆ ไม่รู้จักถามกัน ปัจจุบันมีหน่วยงานใหม่เยอะที่จะตามสำนักงาน กปร. ไป เพื่อจะให้โครงการฯ ของพระองค์มีการดำเนินการต่อไป อยากให้ทางสำนักงาน กปร. ช่วยคือเขียนเป็นข่าวสั้น ๆ ลงหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นในเรื่องที่สำนักงาน กปร. ได้ทำหน้าที่เป็นเลขานุการโครงการฯ

“หน้าที่ของสำนักงาน กปร. คือ ต้องสอนให้คนมีจิตสำนึกว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ตลอดจนพระบรมวงศ์ ทรงคิดถึงเรื่องความเป็นอยู่อาชีพของราษฎรมานานแล้ว

3-58-6_020

ที่เล่ามานี่เป็นเพียงตัวอย่างโครงการฯ พูดถึงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ ทรงดูแลทุกข์สุขของราษฎร มีพระราชดำริ ทรงริเริ่มโครงการและดำเนินการบางส่วนรัฐบาลรับไปทำต่อ บางส่วนมูลนิธิฯ ที่ทรงจัดตั้งขึ้นดำเนินการต่อ โดยมีสำนักงาน กปร. เป็นส่วนเชื่อมกับรัฐบาล เพื่อบรรเทาปัญหาและส่งเสริมให้ราษฎรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นโดยยั่งยืน องคมนตรีมีหน้าที่ถวายงานด้วยการติดตามโครงการต่างๆ เหล่านี้ให้เป็นไปตามพระราชประสงค์

สุดท้ายนี้ ขอฝากว่า หน้าที่ของสำนักงาน กปร. คือ ต้องสอนให้คนมีจิตสำนึกว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถทรงคิดถึงเรื่องความเป็นอยู่ อาชีพ ของประชาชนมานานแล้ว อยากให้ไปเปิดดูในข้อมูลข่าวสารของโครงการฯ ของคณะองคมนตรีเกี่ยวกับโครงการฯ ต่าง ๆ ได้สานต่อเป็นจังหวัด ๆ ไม่ได้ทำทีเดียวพร้อมกันหมด

จากบทความที่ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ความรู้อันทรงคุณค่านี้ ผ่านบทสัมภาษณ์พลอากาศเอก กำธน สินธวานนท์ องคมนตรี ในการถวายงานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ตลอดจนพระบรมวงศ์ คณะบรรณาธิการวารสารอันเนื่องมาจากพระราชดำริกราบขอบพระคุณ ในเรื่องราว และประสบการณ์ซึ่งจะได้นำไปเผยแพร่ให้คนรุ่นหลังได้รับประโยชน์และซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ตลอดจนพระบรมวงศ์ทุกพระองค์ ที่ได้ทุ่มเทพระราชหฤทัย พระวรกาย เพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้กินดีอยู่ดี เพื่อการพัฒนาประเทศต่อไป

 

3-58-6_003

Print

บทสัมภาษณ์ พลอากาศเอกกำธน สินธวานนท์ องคมนตรี

เรียบเรียงโดย : นางสาวมทิรา ภัคทิพวดี  สำนักประชาสัมพันธ์